ถึงช่วงวันหยุดยาวทีไร ต้องมีภาพบางแสนรถติดยาวเหยียดทุกที
ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยวตรงไหน เข้าร้านหรือคาเฟ่ไหน ไปตลาดไหน หรือเข้าพักตรงไหน ก็มีแต่คนเต็มไปหมด
จะไม่ติดได้อย่างไร เพราะบางแสนเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ ตัวหาดหลักยาวแค่ 3 กม. ไม่รวมหาดวอนนภาและเขาสามมุก
แต่มีนักท่องเที่ยวปีละมากกว่า 5 ล้านคน หรือเฉลี่ยคือมีคนไปเที่ยววันละ 14,000 คน
เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญของอำเภอเมืองชลบุรี มีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละมากกว่า 10,000 ล้านบาท
แต่กว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวขวัญใจคนกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้ บางแสนเคยเป็นเพียงชุมชนชาวประมงขนาดเล็ก
มีจุดศูนย์กลางการค้าคือ “ตลาดหนองมน” จุดซื้อขายสินค้าเกษตรและของป่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4-5
จุดเปลี่ยนใหญ่เกิดขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ต้องการสร้างสถานที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ
ยุคแรกสุดเริ่มจากมี “สถานตากอากาศบางแสน” และโรงแรมริมทะเล รองรับคนจากกรุงเทพฯ ไปพักผ่อนในวันหยุด
หมุดสำคัญต่อมาคือการตั้ง “มหาวิทยาลัยบูรพา” ทำให้เศรษฐกิจบางแสนก็เริ่มคึกคักไปด้วยพลังของนิสิตและบุคลากร
ธุรกิจหอพัก ร้านอาหาร ร้านค้า ตลาดนัด สถานบันเทิงกลางคืน และศูนย์การค้า (เริ่มจากห้างแหลมทอง) ก็เริ่มเกิดขึ้นตามมา
แลนด์มาร์คที่คนรู้จักเมื่อนึกถึงบางแสนก็เริ่มมีหลายอย่าง เช่น หาดบางแสน หาดวอน หนองมน หรือ ตลาดวอล์คกิ้งสตรีท
จนในปัจจุบันก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเข้ามาอีกหลากอย่าง เช่น คาเฟ่และร้านอาหารสมัยใหม่ที่ตกแต่งให้ดูดี และตลาดปลา ที่แต่งเป็นธีมญี่ปุ่น
ทำให้บางแสนเป็นย่านที่มีแหล่งน่าดึงดูดสำหรับนักท่องเที่ยว มีคนจำนวนมากพร้อมไปในช่วงวันหยุด
กว่าที่ชุมชนชาวประมงจะมีเศรษฐกิจใหญ่ขนาดนี้ได้ มาจากสองปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลัง
ปัจจัยแรกและสำคัญที่สุดคือ “การจัดระเบียบ”
เดิมทีนั้นบางแสนเคยมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ในสายตาของนักท่องเที่ยวอยู่พอสมควร
ทั้งน้ำทะเลไม่สะอาด หาดสกปรก เก้าอี้ผ้าใบวางเกะกะ มีแค่ร้านเหล้า ไฟส่องสว่างน้อย ดูไม่ปลอดภัยในยามกลางคืน
แต่เมื่อหน่วยงานท้องถิ่น นำโดยเทศบาลเมืองแสนสุข ตั้งใจทำเรื่องจัดระเบียบใหม่ หลายอย่างก็เริ่มดูดีขึ้น
พอน้ำทะเลสะอาด ปัญหาเรื่องขยะดีขึ้น จัดสัดส่วนเก้าอี้กินที่หาด มีไฟส่องสว่าง คนก็สบายใจ พร้อมไปบางแสนมากขึ้น
ปัจจัยที่สองคือการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย “อีเวนต์”
เริ่มตั้งแต่จัดตลาดวอล์คกิ้งสตรีท เป็นพื้นที่ตลาดนัดกลางคืน อยู่ตรงแหลมแท่น เพื่อให้มีกิจกรรมสำหรับคนวันศุกร์-เสาร์
แต่ส่วนสำคัญที่สุดคือ “งานวิ่ง” ซึ่งเป็นระดับแม่เหล็กดึงดูดคนได้ทั้งไทยและต่างชาติ
บางแสนมีจุดขายคือ “มาตรฐาน” และแบ่งจัดงานเป็น “1 งาน 1 ระยะ” ต่างจากงานอื่นที่รวมหลายระยะในวันเดียว
Bangsaen10 (ปีนี้จัดเดือน ก.ย.)
Bangsaen21 (ปีนี้จัดเดือน ธ.ค.)
Bangsaen42 (ปีนี้จัดเดือน พ.ย.)
หากเป็นจังหวัดอื่น เช่น ราชบุรี (จอมบึง) หรือบุรีรัมย์ มีงานวิ่งอีเวนต์ใหญ่แค่ปีละ 1 งาน เรียกคนไปเที่ยวได้แค่ปีละ 1 ครั้ง
แต่ของบางแสนแบ่งเป็น 3 งาน ก็เท่ากับว่ามีอีเวนต์ระดับแม่เหล็กที่สามารถเรียกคนให้ไปท่องเที่ยวได้ปีละ 3 ครั้ง
ในแต่ละครั้ง ก็จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่หลายส่วน ทั้งที่พัก ธุรกิจร้านอาหาร และสถานประกอบการต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่
เมื่อบางแสนมีพร้อมทั้งสถานที่และอีเวนต์ ก็ตามมาด้วยแลนด์มาร์คใหม่ๆ ที่แห่กันเข้าไปตั้งที่บางแสน
ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ที่ตกแต่งใหม่ตามพื้นที่บางแสน ไปถึงโซนหาดวอน เขาสามมุก หรือทางไปอ่างศิลา
ตลาดใหม่ เช่น ตลาดปลา และตลาดโทชิน ซึ่งตกแต่งเป็นธีมญี่ปุ่น
โรงแรมหรือที่พักแนวใหม่ ที่ตกแต่งให้ได้บรรยากาศสวยงาม เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มากขึ้น
คนก็ยิ่งไปเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ เพราะใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 1.30-2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว
มีสถิติข้อมูลนักท่องเที่ยวบางแสน (ตัวเลขทางการจากเทศบาลเมืองแสนสุข) นับทั้งคนที่ไปวันเดียวและพักค้างคืน
ปี 2550 นักท่องเที่ยวทั้งหมด 1.2 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยว 2,351 ล้านบาท
ปี 2562 นักท่องเที่ยวทั้งหมด 2.87 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยว 10,428 ล้านบาท
ภายในเวลา 12 ปี บางแสนมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว
ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว ซึ่งบ่งบอกว่า คนที่ไปเที่ยวบางแสนพร้อมใช้จ่ายกันมากขึ้น
แต่ตัวเลขทางการนี้หยุดไปตั้งแต่ปี 2562 เพราะหลังจากนั้นเจอ COVID-19 และเทศบาลแสนสุขไม่ได้ทำตัวเลขต่อ
มีเพียงคำสัมภาษณ์จาก “นายกตุ้ย” ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข บอกไว้ในปี 2566 ว่า
นักท่องเที่ยวบางแสนมีมากกว่า 5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่ 95% เป็นคนไทย และ 5% เป็นต่างชาติ
แต่ไม่ได้มีตัวเลขออกมาว่า รายได้การท่องเที่ยวของบางแสนล่าสุด ปี 2567 หรือ 2568 อยู่ที่ปีละเท่าไร
มีล่าสุดก็คือทางการปี 2562 ซึ่งแตะหลัก 10,000 ล้านบาทไปแล้ว
บางแสนถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า พื้นที่เล็กๆ สามารถสร้างมูลค่าจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้
ไม่ว่าจะกี่เทศกาล กี่วันหยุด ก็ต้องเห็นภาพตามโซเชียลมีเดียว่าบางแสนรถติดอยู่ทุกครั้ง
เพราะถ้าถามคนที่อยู่กรุงเทพฯ ว่าถ้าเที่ยวทะเลที่ไหนใกล้สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกและแลนด์มาร์คให้เที่ยวได้ครบสุด
แน่นอนว่าต้องมีบางแสนเป็นชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึงแน่นอน


