ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง ผู้นำเข้าขนมและอาหารมากกว่า 100 แบรนด์

เนื้อหา

หากเข้าไปเลือกซื้อของตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป จะพบว่าข้อความว่า “นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท ซีโน-แปซิฟิค” ปรากฎอยู่บนฉลากขนมหรืออาหารมากกว่า 100 แบรนด์

บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง ไทยแลนด์ จำกัด เป็นธุรกิจพ่อค้าคนกลางที่นำเข้าสินค้าต่างๆ มาจัดจำหน่ายทั่วประเทศไทย เป็นธุรกิจที่อยู่มานานแล้วมากกว่า 50 ปี

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2513 ซีโน-แปซิฟิคเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ เพราะเล็งเห็นว่าคนไทยชอบกินของอร่อยและมีคุณภาพ ยอมจ่ายได้ถ้าเป็นสินค้าดีจริง

สินค้าตัวแรกที่บริษัทได้นำเข้ามาคือ ผงโกโก้ตรา Van Houten สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมในประเทศไทย

ต่อมาก็เป็นยุคที่เศรษฐกิจไทยเริ่มบูม คนได้ลืมตาอ้าปาก มีกินมีใช้มากขึ้น ธุรกิจของซีโน-แปซิฟิคก็ขยายพอร์ตสินค้าอย่างรวดเร็ว

จากผงโกโก้ Van Houten ก็เพิ่มขึ้นเป็นหลายหมวดสินค้า ทั้งขนมและเครื่องปรุงอาหาร ปัจจุบันมีมากกว่า 100 แบรนด์

ช็อคโกแลต เช่น Ferrero Rocher, Nutella, Kinder, Hershey’s, M&M’S, Toblerone และ Van Houten (แบรนด์แรกที่นำเข้า)

ขนมขบเคี้ยวและบิสกิต เช่น Pringles, Jagabee, Loacker, Kellogg’s, Julie’s, Beng-Beng และ Glico (บางส่วน)

ลูกอมและของหวาน เช่น Mentos, Chupa Chups, Ricola, Fisherman’s Friend, Kopiko, Haribo และ Jelly Belly

เครื่องปรุงและอาหารแห้ง เช่น Kikkoman, Heinz, Tabasco, McCormick, Lobo, Agnesi, Samyang, Campbell’s 

เครื่องดื่มและสุขภาพ เช่น น้ำแร่ Evian, ชา Twinings, กาแฟ UCC, กาแฟ Starbucks (สินค้า Consumer) และ น้ำผลไม้ Tipco

ด้วยสินค้านำเข้าที่มีหลากหลาย มีหลายแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักกันดีหรืออาจจะซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ธุรกิจของซีโน-แปซิฟิค ยิ่งใหญ่อยู่พอสมควร

อิงจากการรายงานผลประกอบการล่าสุดในปี 2024 มีรายได้ 27,876 ล้านบาท (+11% YoY) และกำไรสุทธิ 1,128 ล้านบาท (-11% YoY)

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าสนใจมาก เมื่อดูจากโครงสร้างของบริษัทที่ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ และเป็นธุรกิจครอบครัว 100% ของตระกูล “เศวตสมภพ”

ทำไมของธุรกิจครอบครัวหนึ่งถึงสามารถเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ดังจนมีกำไรปีละหลักพันล้านบาทได้

หัวใจของธุรกิจตัวกลางคือ “แบรนด์ในมือ” ซึ่งจะตามมาด้วย “อำนาจการต่อรอง” และ “ระบบหลังบ้าน” ที่ทรงพลัง

แบรนด์ที่อยู่ในมือของซีโน-แปซิฟิค ส่วนใหญ่เป็นผู้นำตลาดในหมวดนั้นๆ เช่น สเปรดโกโก้ก็ต้องของ Nutella มันฝรั่งกระป๋องต้อง Pringles หรือถ้าเป็นช็อกโกแลตพรีเมียมต้อง Ferrero Rocher

สินค้าเหล่านี้มี Brand Loyalty สูงมาก ต่อให้เศรษฐกิจไม่ดี คนอาจจะเลิกซื้อของชิ้นใหญ่ แต่หากเป็นขนมชิ้นละไม่กี่สิบบาท คนก็ยังสามารถจ่ายได้อยู่

เรื่องของอำนาจต่อรองก็สำคัญ เริ่มจากความสัมพันธ์อันดีกับแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะโซนยุโรป ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวเหมือนกัน

เมื่อเป็นแบบครอบครัวกับครอบครัว ก็ทำธุรกิจกันได้อย่างสบายใจ ซีโน-แปซิฟิคก็ได้สัญญานำเข้าและจัดจำหน่ายให้แบรนด์นั้นในประเทศไทยได้ยาวๆ ยากที่จะมีใครมาแย่งไปได้

สินค้าที่อยู่ในมือเป็นหลัก 100 แบรนด์ ก็จะนำมาซึ่งอำนาจต่อรอง ซีโน-แปซิฟิคสามารถไปต่อรองกับห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อต่างๆ ให้ต้องรับของไปขายทั้งชุด และอาจมีอำนาจในการต่อรองถึงตำแหน่งวางสินค้าและค่าธรรมเนียมที่ดีกว่าแบรนด์อื่นด้วย

อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน คือระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่ง ทั้งคลังสินค้า และระบบการกระจายสินค้า

สินค้ากลุ่มบางกลุ่มต้องใช้ความระมัดระวังในการเก็บรักษา โดยเฉพาะขนมหวานและช็อคโกแลตจำเป็นต้องรักษาในอุณหภูมิที่เย็นและคงที่ บริษัทก็ต้องสร้างคลังสินค้าไว้รองรับ

ต่อมาขั้นตอนการกระจายสินค้า ก็ต้องมีรถขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อนำไปส่งถึงห้างหรือร้านได้โดยของไม่ละลาย

ไม่รวมกับการบริหารจัดการต่างๆ เพื่อในการนำเข้าและกระจายสินค้า ซึ่งต้องใช้การลงทุนและความสามารถในการบริหารงาน

ซีโน-แปซิฟิคจึงเป็นต้วอย่างของธุรกิจตัวกลางที่แข็งแกร่ง อยู่เบื้องหลังขนมและอาหารแบรนด์ต่างๆ ที่อยู่ตามห้างและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศมากกว่า 5 ทศวรรษ

การเป็นตัวกลางที่แข็งแกร่งได้ขนาดนี้เกิดจากการสะสมแบรนด์ระดับโลกไว้ในมือจนเกิด Economy of Scale หรือการประหยัดต่อขนาด ทำให้ต้นทุนการขนส่งเฉลี่ยต่อชิ้นถูกลง จนคู่แข่งหน้าใหม่ยากจะเข้ามาทำธุรกิจแข่งกันได้

โพสต์ที่แนะนำ