วิธีใช้ iTAX ช่วยคำนวณลดหย่อนภาษี เหมือนซ้อมยื่นแบบจริง

สรุปวิธีใช้งาน iTAX แอปพลิเคชั่นช่วยคำนวณและวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ทุกคนให้ได้เงินคืนภาษีสูงสุด โดยไม่ต้องรู้ภาษี

iTAX เกิดจากงานวิจัยปริญญาเอกด้านกฎหมายภาษีด้วยความเชื่อว่าผู้เสียภาษีทุกคนคือฮีโร่ตัวจริงของประเทศ ผู้พัฒนาจึงทำสิ่งที่ช่วยให้ภาษีเป็นเรื่องง่ายที่สุดสำหรับทุกคน เพราะเชื่อว่าคือสิ่งที่ผู้เสียภาษีสมควรได้รับ

การใช้งาน iTAX คล้ายกับระบบจำลองการยื่นแบบภาษีของกรมสรรพากรที่ต้องยื่นกันทุกปี แต่ต่างกันตรงที่มีตัวช่วยในการคำนวณ แค่กรอกรายละเอียดต่างๆ และบันทึกไว้ จะคำนวณให้ได้เลยว่าเหลือลดหย่อนเท่าไร และมีอะไรที่ช่วยให้ลดหย่อนได้บ้าง

สรุป 4 วิธีใช้งาน iTAX แบบง่ายๆ

1) กรอกข้อมูลรายได้

ในแอป iTAX มีช่องต่างๆ ให้กรอกข้อมูลรายได้ทุกประเภทเหมือนกับตอนยื่นแบบให้สรรพากรได้เลย

ไล่ตั้งแต่ 40 (1) เงินเดือนและโบนัส ,40 (2) เงินได้จากการรับจ้างทั่วไปหรือฟรีแลนซ์, 40 (3) ค่าลิขสิทธิ์และสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา, 40 (4) ดอกเบี้ยและเงินปันผล, 40 (5) ค่าเช่า, 40 (6) ค่าวิชาชีพอิสระ, 40 (7) ค่ารับเหมา และ 40 (8) เงินได้อื่นๆ

ส่วนสำคัญ คือ สามารถหรืออัปโหลดเอกสาร เช่น ใบรับรองหัก ณ ที่จ่าย เข้าระบบไว้และมาเรียกดูได้ เหมาะสำหรับคนมีรายได้หลายทาง หรือรับฟรีแลนซ์หลายครั้งในปีเดียวกัน ซึ่งอาจมีปัญหาตกหล่นตอนยื่นแบบให้สรรพากรได้

2) กรอกค่าลดหย่อน

ตรงนี้จะมีรายการหมวดที่ได้รับสิทธิอยู่แล้ว เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กบข.

หมวดสิทธิพิเศษตามนโยบายรัฐ เช่น Easy e-Receipt หรือเที่ยวเมืองรอง ซึ่งระบบจะคอยอัปเดตเงื่อนไขล่าสุดให้เสมอ

หมวดดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย เช่น ดอกเบี้ยบ้าน สามารถระบุดอกเบี้ยที่จ่ายไปเพื่อลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

ไปจนถึงค่าลดหย่อนอื่นๆ เช่น เงินบริจาคพรรคการเมือง บริจาคการศึกษา กีฬา และโรงพยาบาบาล ซึ่งระบบจะมีให้เลือกกรอกทั้งหมด

ถ้าจะให้ดีก็สามารถอัปโหลดเอกสารต่างๆ เช่น ใบกำกับภาษี เก็บเข้าระบบไว้ เพื่อให้เป็นหมวดหมู่ได้ชัดเจนไว้ในที่เดียวกันได้

3) เลือกค่าลดหย่อนให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อกรอกรายได้และค่าลดหย่อนต่างๆ ตามข้อ 2) ไปแล้ว ระบบจะคำนวณให้เลยว่า รายได้รวมเท่าไร เสียภาษีไปแล้วเท่าไร จะได้รับเงินคืนหรือต้องเสียเพิ่มเท่าไร

อีกส่วนที่สำคัญ คือ แสดงเป็นสถานะแถบพลังได้เลยว่าใช้สิทธิลดหย่อนไปแล้วเท่าไร และซื้อเพิ่มได้อีกเท่าไร

เมื่อเห็นตัวเลขแล้วว่าลดหย่อนได้อีกเท่าไร ก็จะเห็นว่าสามารถเลือกซื้อประกันประเภทต่างๆ หรือกองทุน เช่น RMF หรือ Thai ESG ได้อีกเท่าไรถึงจะเต็มสิทธิ

อาจจะลองเข้าไปกรอกเลขสมมติได้ ว่าถ้าซื้ออะไรเพิ่ม จะเหลือลดหย่อนอีกเท่าไร เช่น

ลองกรอกว่า ซื้อประกันสุขภาพ เป็นเงิน xx บาท และซื้อกองทุน RMF เป็นเงิน xx บาท ระบบจะคำนวณใหม่และแสดงผลให้เลยว่าเหลือลดหย่อนอีกเท่าไร เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ

4) เลือกผลิตภัณฑ์

หากจะเลือกหรือเทียบผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในการลดหย่อนก็สามารถดูได้ผ่าน iTAX เช่นกัน โดยสามารถเลือกประกันหรือกองทุนได้ตามความเหมาะสมหรือเป้าหมายที่ต้องการ

เมื่อซื้อเสร็จแล้ว ข้อมูลจะเข้ามาอยู่ในระบบทันที ไม่ต้องกรอกซ้ำอีก

เพียง 4 วิธีนี้ ก็สามารถคำนวณภาษีและการลดหย่อนต่างๆ โดยให้แอปพลิเคชั่นประมวลผลให้ได้เลย และสามารถเลือกเทียบผลิตภัณฑ์ในกรณีที่ต้องการซื้อเพิ่มเติมได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถดึงข้อมูลเงินเดือนและรายได้ต่างๆ เข้าระบบโดยอัตโนมัติให้ทุกเดือน สำหรับพนักงานของบริษัทที่ใช้โปรแกรมเงินเดือนของ iTAX 

ถ้าจะให้ดี ควรเริ่มคำนวณไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อกระจายการซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อน ไม่ให้เป็นภาระเงินก้อนในช่วงปลายปี

เพียงเท่านี้ก็สามารถจัดการภาษีและค่าลดหย่อนต่างได้เองเหมือนซ้อมยื่นให้สรรพากรได้แล้ว

โพสต์ที่แนะนำ