Palantir Technologies (PLTR: US) เป็นหนึ่งในมันสมองดิจิทัลหรือระบบหลังบ้านที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกองทัพสหรัฐฯ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในยุคที่สงครามเปลี่ยนจากเรื่องของกำลังพลไปสู่เรื่องของข้อมูลและ AI
ความจริงแล้ว Palantir เป็นสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 11 ก.น. 2001 (9/11) เพราะตอนนั้นรัฐบาลสหรัฐฯ พบว่าพวกเขามีข้อมูลมหาศาลอยู่ในมือ แต่ไม่มีเครื่องมือที่จะเชื่อมโยงข้อมูลที่มีอยู่เพื่อหยุดยั้งผู้ก่อการร้าย
Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง PayPal สังเกตเห็นว่า ระบบป้องกันการฉ้อโกงของ PayPal มีประสิทธิภาพดีมาก เพราะสามารถแยกแยะพฤติกรรมของโจรออกจากคนปกติได้ จึงเกิดแนวคิดมาปรับใช้เป็นเทคโนโลยีปราบก่อการร้าย
ในปี 2003 Thiel ร่วมกับกลุ่มเพื่อนจาก Stanford (รวมถึง Alex Karp ซีอีโอคนปัจจุบัน) จึงก่อตั้ง Palantir ขึ้นมา
อย่างไรก็ดี ช่วงปีแรกๆ ไม่มีนักลงทุนคนไหนกล้าลงเงินกับ Palantir เพราะโมเดลธุรกิจดูน่ากลัวและขายยากจนกระทั่งหน่วยงาน Venture Capital ของ CIA (สำนักข่าวกรองกลาง) มองเห็นศักยภาพและตัดสินใจร่วมลงทุน
Palantir เริ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ชื่อ Gotham เพื่อช่วยให้นักวิเคราะห์ข่าวกรองสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม รายการเดินบัญชีธนาคาร และสัญญาณโทรศัพท์ เข้าด้วยกันจนเห็นภาพโครงข่ายของผู้ก่อการร้ายได้
ความจริงแล้ว Palantir ทำงานแบบให้กับหน่วยงานของสหรัฐฯ แบบเงียบๆ มาตลอด แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่คือการสังหาร Osama bin Laden ในปี 2011
จากที่อยู่เงียบๆ ในเงามืดมานาน กลายเป็นชื่อของ Palantir เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพราะสำนักข่าวรายงานตรงกันว่า ซอฟต์แวร์ของบริษัทมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุที่ซ่อนตัวของเป้าหมาย
เหตุการณ์นี้ทำให้ Palantir เริ่มได้งานกับหน่วยอื่นๆ เช่น FBI (สำนักงานสอบสวนกลาง) NSA (สำนักงานข่าวกรองกลาง) และกองทัพบก
เมื่ออิ่มตัวกับงานภาครัฐ Palantir จึงเปิดตัวซอฟต์แวร์ Foundry เพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มบริษัทเอกชน ทำให้ได้งานจากบริษัทใหญ่ๆ เช่น
• Airbus ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเครื่องบิน
• ธนาคารนำไปใช้เพื่อตรวจจับการฟอกเงิน
• บริษัทพลังงานนำไปใช้เพื่อพยากรณ์การซ่อมบำรุงเครื่องจักร
ธุรกิจของ Palantir ก็เริ่มเปลี่ยนจากแค่นับสืบให้หน่วยงานรัฐ มาเป็นที่ปรึกษาอัจฉริยะช่วยให้บริษัทเอกชนขนาดใหญ่สามารถใช้ข้อมูลเพื่อประมวลผลตามวัตถุประสงค์ต่างๆ
แต่รายได้จากงานของภาครัฐยังคงเป็นสัดส่วนใหญ่กว่า (53%) เทียบกับงานเอกชน (47%)
Palantir มีทำอะไร และมีบทบาทอะไรกับหน่วยงานของสหรัฐฯ ?
Palantir เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐ โดยแบ่งบทบาทได้เป็น 4 ข้อหลัก คือ
1) ระบบวิเคราะห์ข้อมูล
Palantir พัฒนาแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Gotham และรุ่นล่าสุดคือ AIP (AI Platform) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลจากทุกทิศทาง
หน้าที่ก็ทำได้ตั้งแต่ร่วมข้อมูลจากทุกแหล่ง ทั้งดาวเทียม โดรนสอดแนม สัญญาณวิทยุ โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงสายลับในพื้นที่ เพื่อสร้างภาพจำลองให้เป็นแผนที่ดิจิทัลแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้บัญชาการเห็นว่าศัตรูอยู่ที่ไหนและกำลังจะทำอะไรบ้าง
2) การระบุเป้าหมายด้วย AI
Palantir มีบทบาทสำคัญในโครงการ Project Maven (ใช้ AI ในข่าวกรอง) ของกระทรวงกลาโหม
ทำได้ตั้งแต่ใช้ AI ตรวจจับวัตถุจากภาพถ่ายโดรนอัตโนมัติ เช่น แยกแยะระหว่างรถถังกับรถบรรทุกพลเรือน และยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อคาดการณ์จุดที่ศัตรูอาจจะวางระเบิดริมทาง หรือระบุพิกัดฐานลับที่ซ่อนอยู่
3) การบริหารจัดการโลจิสติกส์
กองทัพยังทำงานร่วมกับ Palantir ในการบริหารจัดการภายในด้วย เช่น วิเคราะห์ความพร้อมของอาวุธ เช็คว่าเครื่องบินจะถึงกำหนดซ่อมบำรุงเมื่อไร หรืออะไหล่ชิ้นไหนกำลังจะหมด จนถึงการช่วยวางแผนเคลื่อนย้ายกำลังผลเพื่อประหยัดเชื้อเพลิงและเสี่ยงน้อยที่สุด
4) ตรวจจับการโจมตีไซเบอร์
Palantir มีส่วนช่วยกองทัพในการตรวจจับการบุกรุกทางไซเบอร์จากต่างชาติ และวิเคราะห์สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อรบกวนการสื่อสารของศัตรู
จาก 4 ข้อดังกล่าว มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Palantir ได้งานจากกองทัพสหรัฐฯ คือ การเป็นตัวกลางหรือภาษากลางที่รวบรวมข้อมูลที่มหาศาลและประมวลผลให้หน่วยงานย่อยต่างๆ สามารถคุยกันรู้เรื่องหรือทำงานร่วมกันได้ และที่สำคัญคือทำงานได้เร็วระดับวินาที ซึ่งเป็นตัวตัดสินสำคัญในสนามรบได้เลย
Palantir มีรายได้และกำไรเท่าไร?
รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 1.54 พันล้านดอลลาร์ (+41% YoY)
2022 1.91 พันล้านดอลลาร์ (+24% YoY)
2023 2.22 พันล้านดอลลาร์ (+17% YoY)
2024 2.87 พันล้านดอลลาร์ (+29% YoY)
2025 4.48 พันล้านดอลลาร์ (+56% YoY)
กำไรสุทธิและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 ขาดทุน 520 ล้านดอลลาร์
2022 ขาดทุน 374 ล้านดอลลาร์
2023 กำไร 210 ล้านดอลลาร์
2024 กำไร 462 ล้านดอลลาร์ (+120% YoY)
2025 กำไร 1,625 ล้านดอลลาร์ (+252% YoY)
Palantir เพิ่งเข้าตลาดหุ้นในปี 2020 และมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือเริ่มทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปี 2023
จุดนั้นเองทำให้นักลงเริ่มสนใจชื่อของ Palantir มากขึ้น ราคาหุ้นเริ่มวิ่งแรงตั้งแต่ต้นปี 2024 จนไปทำจุดสูงสุดช่วงปลายปี 2025 เป็นผลตอบแทนเกือบ 800% หรือ 8 เด้ง ภายในเวลา 2 ปี โดยมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ราว 3.28 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10.3 ล้านล้านบาท
ความจริงแล้วรายได้และกำไรที่เติบโตส่วนใหญ่มาจากงานภาคเอกชนในสหรัฐฯ ซึ่งบางไตรมาสเติบโตได้ถึงหลัก 100% ทำให้นักลงทุนสนใจและมองว่าบริษัทไม่ได้พึ่งพางานรัฐเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว
แต่บทบาทของ Palantir ที่ทำงานให้กองทัพของสหรัฐฯ ยังคงเป็นหลังบ้านที่สำคัญในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น


