เดวิด เบ็คแฮม ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลชื่อดังคนหนึ่ง แต่เป็นถึงระดับบุคคลมีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นข่าวหรือเป็นที่สนใจของผู้คนได้ทั้งนั้น
แม้แต่เรื่องดราม่าภายในครอบครัวกับบรูคลิน ลูกชายคนโต ยังกลายเป็นเรื่องใหญ่โตที่สะกิดต่อมใคร่รู้ของใครหลายคนได้
สาเหตุที่มาถึงจุดนี้ได้เป็นเพราะชื่อเสียงและบารมีที่โด่งดังทั้งตัวพ่อ (เดวิด) แม่ (วิคตอเรีย) ไปถึงลูกทั้งสี่คน (บรูคลิน โรมิโอ ครูซ และฮาร์เปอร์) ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นจุดสนใจและมีสถานะความดังไม่แพ้ดาราฮอลลีวูดเลยทีเดียว
ชื่อเสียงและบารมีของเบ็คแฮมเป็นประเด็นที่น่าสนใจ ว่าทำไมอดีตนักฟุตบอลคนหนึ่ง ถึงกลายเป็นสถานะคนดังและทรงอิทธิพลได้ขนาดนี้ แม้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว 13 ปี
ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ เบ็คแฮมเริ่มโด่งดังตั้งแต่แจ้งเกิดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลาและฝีเท้าการเล่นที่เป็นหนึ่งในตำนานด้านเจ้าพ่อลูกฟรีคิก จนเริ่มเป็นระดับสตาร์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
ยิ่งเป็นช่วงที่คบหาดูแลกับวิคตอเรีย ซึ่งเป็นสมาชิกวงดังอย่าง Spice Girls และได้แต่งงานกันในปี 1999 ก็ยิ่งทำให้คู่นี้กลายเป็นเหมือนคนดังที่ทุกคนต่างจับจ้อง ไม่ว่าจะทำอะไรก็เป็นที่สนใจของคนไปหมด
ในสนามก็เป็นตัวหลักของทีม ขณะที่นอกสนามก็มีงานสปอนเซอร์และโฆษณาต่างๆ โดยเฉพาะการเป็นพรีเซ็นเตอร์หลักให้กับ Adidas แบรนด์กีฬาชื่อดัง
แม้แต่การย้ายทีมของเบ็คแฮมไปอยู่กับแอลเอ กาแล็กซี ในปี 2007 ยังทำให้ตลาดยังทำให้ตลาดฟุตบอลในสหรัฐฯ หรือที่คนอเมริกันเรียกว่า ซ็อคเกอร์ กลายเป็นที่สนใจขึ้นมาได้ และในเวลาต่อมา ลีกแดนลุงแซมก็มีนักเตะระดับสตาร์ย้ายไปค้าแข้งมากขึ้น เช่น เธียร์รี อองรี, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และลิโอเนล เมสซี
จุดที่ทำให้เบ็คแฮมมีชื่อเสียงและเป็นที่สนใจขนาดนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพราะฝีเท้า หน้าตาดี แต่งตัวดี แต่ยังรวมถึงการวางตัวและบุคลิก ไปจนถึงบารมีที่สะสมมาตลอดการค้าแข้ง
ทำให้เมื่อเลิกเล่นเป็นแล้ว ชื่อของเบ็คแฮมยังคงขายได้อยู่ และยังคงเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Adidas อยู่เหมือนเดิม
เมื่อรวมกับการวางแผนจัดการทรัพย์สินที่ดี ทำให้เบ็คแฮมมีแหล่งรายได้ที่ชัดเจนหลังจากเลิกเล่นไปแล้ว โดยมีบริษัทของตัวเอง ชื่อว่า DRJB Holdings (ย่อมาจาก David Robert Joseph Beckham) เป็นบริษัทที่มีหลายธุรกิจในเครือ แบ่งเป็น
- DB Ventures เป็นบริษัทดูแลลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของเบ็คแฮมโดยเฉพาะ มีรายได้ในปี 2024 อยู่ที่ 63.6 ล้านดอลลาร์
- Seven Global บริษัทนี้มีไว้ทำข้อตกลงกับผู้สนับสนุนที่จะใช้ชื่อของเบ็คแฮมในการโฆษณา เช่น Adidas มีรายได้ในปี 2023 อยู่ที่ 14.1 ล้านดอลลาร์
- Studio 99 Group เป็นบริษัทผลิตสื่อ มีผลงานเด่นคือการทำสารคดีของเบ็คแฮมลง Netflix ในปี 2023 มีรายได้อยู่ที่ 15 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีธุรกิจเป็นเจ้าของสโมสรอินเตอร์ ไมอามี ซึ่งเริ่มทำทีมเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปี 2020
เบ็คแฮมได้เป็นเจ้าของสโมสรเพราะมีเงื่อนไขอยู่ในสัญญาการย้ายทีมในปี 2007 ว่าสามารถซื้อสิทธิ์ทำทีมได้ในราคาเพียง 25 ล้านดอลลาร์ โดยถือหุ้นเองประมาณ 10-15% จากที่ทีมอื่นต้องใช้เงินซื้อสิทธิ์สูงถึง 500 ล้านดอลลาร์
ด้วยชื่อเสียงและบารมีของเบ็คแฮม ช่วยให้อินเตอร์ ไมอามี ก็สามารถดึงนักเตะดังระดับซูเปอร์สตาร์เข้ามาร่วมทีมได้ โดยเฉพาะการเซ็นสัญญากับลิโอเนล เมสซี ในปี 2023
ยิ่งการทำทีมให้ได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศ ก็ยิ่งทำให้มูลค่าของสโมสรเพิ่มขึ้นอีก
ปัจจุบันอินเตอร์ ไมอามี มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจนทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีมูลค่าสูงสุดในลีกสหรัฐฯ เท่ากับว่ามูลค่าที่เบ็คแฮมถืออยู่ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ไปแล้ว
ขณะที่วิคตอเรียก็ไม่น้อยหน้า มีธุรกิจของตัวเองเหมือนกัน โดยเน้นด้านแฟชั่นและความงาม เป็นบริษัทชื่อ Victoria Beckham Holdings (VBH)
ธุรกิจของวิคตอเรียค่อนข้างทำกำไรได้ดี เพราะเป็นสินค้าหรู และมีการจ้างผู้บริหารในอุตสาหกรรมแฟชั่นเข้ามาดูแลเพื่อขยายธุรกิจออกสู่ทั่วโลก โดยคาดว่ามีรายได้ในปี 2014 อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์
นอกจากธุรกิจของพ่อแม่แล้ว ลูกๆ ของเบ็คแฮมก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในครอบครัวด้วยเช่นกัน
เนื่องจากความเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง จะต้องมี “สิทธิ์ภาพลักษณ์” ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อของครอบครัวในการไปทำธุรกิจหรือแสดงหารายได้เชิงพาณิชย์ อยู่ภายใต้การบริหารของ DB Ventures
หมายความว่าหากใครจะใช้ชื่อเบ็คแฮมไปทำการตลาดหรือทำธุรกิจเชิงพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตจากครอบครัวก่อน เท่ากับว่า ทั้งพ่อแม่และลูกทั้ง 4 คน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจครอบครัว
จุดนี้เองที่เป็นหนึ่งในประเด็นขัดแย้งจากการโพสต์โซเชียลมีเดียของบรูคลิน ลูกชายคนโต ซึ่งอ้างว่าแม่กดดันให้ลงนามสละสิทธิ์ในชื่อเบ็คแฮม ซึ่งถ้าหากมีการลงนามส่วนนี้ไปก็จะไม่สามารถใช้ชื่อเบ็คแฮมเพื่อทำธุรกิจหรือกิจกรรมใดในเชิงพาณิชย์ได้อีก
แล้วธุรกิจของตระกูลเบ็คแฮมมีมูลค่าขนาดไหน?
แม้จะไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่เท่าที่พอหาข้อมูลได้ คาดว่ามูลค่ารวมของธุรกิจอาจสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 3 หมื่นล้านบาท นับรวมทั้งมูลค่าบริษัทในเครือ ไปจนถึงการถือหุ้นและการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์
ส่วนสำคัญที่ทำให้เส้นทางของเบ็คแฮมมาไกลได้ขนาดนี้คือชื่อเสียงและบารมีตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ บวกกับความสามารถในการบริหารและการจัดการที่ดี จนสานต่อเป็นธุรกิจต่างๆ หลังเลิกเล่นฟุตบอล และสร้างความมั่งคั่งให้กับครอบครัวได้ต่อไปในะระยาว


