จากหุ้นพุ่งแรง 2 เด้งภายใน 1 ปี กลับกลายเป็นหุ้นร่วง 80% ภายใน 1 ปี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงกับ Duolingo (DUOL: US) แอปพลิเคชั่นเรียนภาษายอดนิยมของหลายคนทั่วโลก
จากช่วงกลางปี 2024 มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 9,700 ล้านดอลลาร์
ช่วงกลางปี 2025 มาร์เก็ตแคปขึ้นไปอยู่ที่ 34,000 ล้านดอลลาร์ เป็นจุดสูงสุด
แต่ตอนนี้ลงมาเหลือเพียง 5,400 ล้านดอลลาร์
ขึ้นไปมากกว่า 200% หรือ 2 เด้ง ภายใน 1 ปี แต่ร่วงลงประมาณ 80% ในเวลาไม่ถึง 1 ปีเช่นกัน
Duolingo แอปพลิเคชั่นเรียนภาษาเคยเป็นหุ้นที่นักลงทุนสายเติบโตชื่นชอบ เพราะมองว่าเป็นหุ้นเทคโนโลยีที่มีการเติบโตทั้งผลประกอบการและยอดผู้ใช้ จึงทำให้ความคาดหวังของนักลงทุนสูงขึ้นไปด้วย
แต่พอเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างที่ไม่ได้ตามความคาดหวัง นักลงทุนก็เริ่มเทขายออกมา จนถึงตอนนี้ ราคาหุ้น DUOL ปรับลงมาแล้วประมาณ 80% จากจุดสูงสุด
จุดพลิกผันในแนวทางธุรกิจ Duolingo เกิดขึ้นเมื่อบริษัทปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่หลังจบไตรมาส 3/2025 จากเดิมที่เคยเน้นการเติบโตของผลประกอบการ เป็นให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้ เพื่อดึงผู้ใช้ให้อยู่กับแอป ซึ่งมองว่าจะเป็นผลดีในระยะยาวมากกว่า
หมายความว่า ในช่วงต่อไป รายได้อาจไม่ได้โตแรงเท่าเดิมแล้ว เพราะแอปต้องง้อให้คนเข้ามาใช้ก่อน
เรื่องนี้ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังการเติบโต เทขายหุ้นอย่างหนัก แค่ภายในไม่กี่วันหลังประกาศแผนก็ร่วงลง 30% ทั้งที่ตัวรายได้และกำไรจริงๆ ยังเติบโตอยู่เหมือนเดิม
ยิ่งล่าสุด ในการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2025 นักลงทุนก็ยิ่งผิดหวังมากขึ้นไปอีก
ไม่ใช่ว่าผิดหวังกับงบหรือผลการดำเนินงานที่ผ่านมา แต่เป็นผิดหวังกับคาดการณ์ในอนาคต โดยมี 2 ตัวเลขหลัก คือ
1) รายได้เต็มปี 2026 คาดว่าจะเติบโต 15-18% ซึ่งถือว่าชะลอตัวลงหนักมาก เทียบกับปีก่อนๆ ที่โตปีละ 40-50% ทั้งนั้น
2) ยอดจอง (Bookings) คาดว่าจะเติบโต 10-12% ซึ่งนักลงทุนก็ผิดหวังมากเช่นกัน เพราะคาดหวังตัวเลขระดับ 20% ขึ้นไป
สรุปก็คือ เดิมทีนักลงทุนก็ผิดหวังอยู่แล้วตั้งแต่ปรับแผนธุรกิจเป็นไม่เน้นการเติบโต แล้วพอมาเจอตัวเลขคาดการณ์แย่กว่าที่คิด ก็ยิ่งผิดหวังกันเข้าไปใหญ่
มาดูตัวเลขการเติบโตของผู้ใช้ ก็เริ่มเห็นสัญญาณอ่อนตัวลงเช่นกัน จากตัวเลขการเติบโตเทียบรายปีในแต่ละไตรมาสของปี 2025
ผู้ใช้เฉลี่ยรายวัน (Daily Active Users)
1Q25 +48% YoY
2Q25 +40% YoY
3Q25 +36% YoY
4Q25 +30% YoY
ผู้ใช้เฉลี่ยรายเดือน (Monthly Active Users)
1Q25 +33% YoY
2Q25 +24% YoY
3Q25 +20% YoY
4Q25 +14% YoY
การเติบโตของผู้ใช้ที่จ่ายค่าสมาชิก
1Q25 +39% YoY
2Q25 +36% YoY
3Q35 +34% YoY
4Q25 +28% YoY
ทั้งสามตัวเลขผู้ใช้จะเห็นได้ว่าเริ่มเติบโตช้าลงทั้งหมดในไตรมาส 4/2025 หมายความว่าที่บริษัทพยายามปั้นตรงนี้อยู่กลับยังไม่ได้ผล
นอกจากตัวเลขรายได้และผู้ใช้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนกังวลไม่แพ้กัน คือการประกาศว่าจะลงทุนกับ AI
ตามที่บริษัทต้องการเพิ่มผู้ใช้ให้อยู่กับแอปได้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งรวมถึงการนำฟีเจอร์แพงๆ เช่น VDO Call เข้ามาอยู่ในแอป ให้คนได้เรียนภาษากันอย่างสมจริงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี การทำแบบนี้ทำให้บริษัทต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่จะปรับสูงขึ้น และความสามารถในการทำกำไรที่จะลดลง จนนักลงทุนบางกลุ่มมองว่า AI กำลังกลายเป็นภาระทางการเงินของบริษัท
เท่านั้นยังไม่พอ มีอีกเรื่องคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการบริหารงานของบริษัท
เรื่องนี้เกิดจากการเปลี่ยนตัว CFO จาก Matt Skaruppa มาเป็น Gillian Munson เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา
การเปลี่ยน CFO ทำให้เกิดคำถามหรือความสงสัยจากนักลงทุน เพราะตำแหน่งนี้มีความหมายมากสำหรับบริษัทในตลาดหุ้น การเปลี่ยนตัวอาจหมายถึงได้ทั้งการปรับกลยุทธ์การบริหารงาน หรือความไม่ชอบมาพากลภายในบริษัท
เมื่อมีสัญญาณบางอย่างไม่ชัดเจน นักลงทุนโดยเฉพาะกองทุนขนาดใหญ่มักจะเลือกขายหุ้นออกมาก่อนเพื่อดูเชิง ทำให้ราคาหุ้นปรับลงได้เช่นกัน
แล้วผลประกอบการของ Duolingo เป็นอย่างไรบ้าง?
รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 251 ล้านดอลลาร์ (+55% YoY)
2022 370 ล้านดอลลาร์ (+47% YoY)
2023 531 ล้านดอลลาร์ (+44% YoY)
2024 748 ล้านดอลลาร์ (+41% YoY)
2025 1,038 ล้านดอลลาร์ (+39% YoY)
กำไรสุทธิและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 ขาดทุน 60 ล้านดอลลาร์
2022 ขาดทุน 60 ล้านดอลลาร์
2023 กำไร 16 ล้านดอลลาร์
2024 กำไร 89 ล้านดอลลาร์ (+451% YoY)
2025 กำไร 414 ล้านดอลลาร์ (+365% YoY)
หากดูแค่ตัวเลขรายได้และกำไรที่ผ่านมา ต้องบอกว่า Duolingo มีการเติบโตอยู่ในระดับสูง ตามปกติของหุ้นเติบโตที่นักลงทุนสนใจและยอมจ่ายแพงได้ มีช่วงหนึ่ง P/E Ratio ไปถึงหลัก 160 เท่า
แต่เมื่อเห็นทิศทางในอนาคตว่าจะเติบโตช้าลง นักลงทุนก็พร้อมใจกันขายจนราคาหุ้นปรับลงมา 80% ทั้งที่ตัวธุรกิจไม่ได้ขาดทุนหรือไม่ได้ใกล้เจ๊งเลย


