WashXpress ร้านสะดวกซักที่กำไรโต 50% ในปีที่ผ่านมา

เนื้อหา

ท่ามกลางสมรภูมิร้านสะดวกซักที่ดุเดือด เราได้เห็นแบรนด์ใหม่ ๆ ผุดขึ้นจำนวนมาก โดยมีเจ้าตลาดเดิมอย่าง Otteri ครองพื้นที่เป็นจำนวนมากที่สุด

แต่มีหนึ่งแบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตแบบก้าวกระโดด นั่นคือ WashXpress (หรือที่รู้จักกันในชื่อหุ้น WASH) ที่ปีล่าสุดสามารถเติบโตด้วยกำไรที่สูงถึง 50%

โดยความแตกต่างของ WASH และเจ้าอื่น ๆ อยู่ที่กลยุทธ์การขยายธุรกิจ

ซึ่งแบรนด์ส่วนใหญ่เน้นการขายแฟรนไชส์เพื่อความรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูง สามารถสร้างแบรนด์ให้เกิดเป็นภาพจำของผู้บริโภคได้เร็ว

แต่ WashXpress เลือกที่จะเป็นเจ้าของและบริหารจัดการสาขาส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง เพื่อรักษามาตรฐานการบริการและพนักงานให้เหมือนกันทุกแห่ง ไม่ว่าลูกค้าจะไปใช้บริการที่สาขาไหนก็ตาม

เมื่อดูผลประกอบการของบริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) ในปี 2025 จะพบว่า

รายได้รวมอยู่ที่ 1,031.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.26% จากปีก่อนหน้า

กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 126.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.65% จากปีก่อนหน้า

เติบโตสูงมากเมื่อเทียบกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา 

โดยถ้ามาดูสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้เติบโตนั้น หลัก ๆ มาจากจำนวนสาขาที่ขยายตัวจาก 436 สาขา เป็น 512 สาขาในปีเดียว หรือประมาณ 17.4%

แต่จำนวนสาขาที่เพิ่งเปิดเหล่านี้จำเป็นต้องหาลูกค้ามาใช้บริการในช่วงแรกก่อน จึงคาดว่าอาจจะไม่มีส่วนสำคัญในการเพิ่มรายได้มากนัก

เพราะฉะนั้น อีกส่วนที่สำคัญที่เพิ่มรายได้คือยอดขายต่อสาขา หรือ SSSG

โดย WASH มี SSSG ในปี 2025 สูงถึง 9.64% และเฉพาะไตรมาส 4 พุ่งถึง 12.01%

สาขาเดิมถ้าขายได้ 100 บาทในปี 2024 จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 109.64 บาทในปี 2025

ถ้าถามว่าตัวเลขนี้สูงขนาดไหน เราไปดูอุตสาหกรรมค้าปลีกหรือร้านอาหาร จะเห็นว่าตัวเลข SSSG ของหลาย ๆ บริษัทอยู่ในระดับเพียง 1-2% หรือบางบริษัทติดลบด้วยซ้ำ

บริษัทแจ้งว่ายอดขายที่สูงมาจากการปรับปรุงและอำนวยความสะดวกสาขาเดิม ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้คนมาใช้บริการจำนวนมาก

และนี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้กำไรของ WASH ในปีล่าสุดเติบโตสูงกว่ารายได้เกือบเท่าตัว

การที่มียอดขายต่อสาขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ต้นทุนคงที่อย่างค่าเช่า ค่าพนักงาน และค่าเสื่อมราคาเครื่องซักผ้ายังคงใกล้เคียงเดิม ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Operating Leverage หรือการที่กำไรเติบโตในอัตราที่เร็วกว่ารายได้

โดยต้นทุนรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเพียง 21.6% ในขณะที่รายได้โต 24.7%

ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับขึ้นจาก 10.14% มาอยู่ที่ 12.27% ในปี 2025 และหากดูเฉพาะไตรมาส 4 แตะระดับสูงถึง 13.75%

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อสำหรับหุ้น WASH คือการนำเงินจากการระดมทุน IPO ไปใช้ในการขยายสาขา ซึ่งเหมือนกับดาบสองคม

เพราะหากสาขาใหม่ได้รับผลตอบรับดีก็จะช่วยหนุนทั้งรายได้และกำไรให้เติบโตต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกัน หากผลตอบรับไม่เป็นไปตามเป้า ต้นทุนจากสาขาใหม่เหล่านี้อาจกลับมากระทบกำไรอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการที่คู่แข่งอาจชิงเปิดสาขาไปก่อนจนมีลูกค้าประจำไปแล้ว

รวมถึง SSSG ที่ปีล่าสุดสูงถึง 9-12% ก็ช่วยทำให้กำไรเติบโตได้มาก แต่ถ้าตัวเลขนี้กลับด้านเป็นติดลบ ก็จะเป็นปัจจัยที่กดดันกำไรได้เช่นกัน

โพสต์ที่แนะนำ