Walmart (WMT: US) ซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กำลังกลายร่างจากห้างขายของชำราคาถูกไปเป็นหุ้นเทคโนโลยีได้อย่างไร
ธุรกิจของ Walmart เป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่อยู่กับวิถีชีวิตคนอเมริกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 มีจุดเด่นคือการเน้นขายอาหารสดหรือของชำต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก จนกลายเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกด้วยรายได้ปีละ 7.13 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 22.17 ล้านล้านบาท)
อย่างไรก็ดี ในยุคปัจจุบัน Walmart ไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่ห้างค้าปลีกหรือร้านของชำแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว และกำลังปรับตัวไปสู่การเป็นหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้นเรื่อยๆ
ทำไม Walmart กำลังกลายเป็นหุ้นเทคโนโลยี
เส้นทางการปรับตัวของ Walmart ในการไปสู่เทคโนโลยี มีอยู่ 3 ประเด็นสำคัญ คือ
1) เปลี่ยนตลาดเข้า NASDAQ
เดิมทีนั้นหุ้น WMT อยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) ตั้งแต่ปี 1970 และอยู่ในชัดนี DJIA และ S&P 500 มานานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม
แต่ช่วงปลายปีที่แล้ว Walmart ตัดสินใจย้ายตลาดไปเข้า Nasdaq ซึ่งเป็นตลาดสำหรับหุ้นเทคโนโลยี
การย้ายตลาดของ Walmart มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการย้ายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ทุกคนเห็นว่าต่อไปนี้จะไม่ได้มีเพียงห้างร้านของชำอย่างเดียว แต่จะเน้นไปกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระบบต่างๆ และ AI (ปัญญาประดิษฐ์) เข้ามาอยู่ในธุรกิจมากขึ้น
2) ทำตัวเป็นอีคอมเมิร์ซมากขึ้น
ลองดูจากตัวเลขสำคัญของ Walmart จากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2026 (พ.ย. 2025-ม.ค. 2026)
- รายได้ 1.91 แสนล้านดอลลาร์ (+6% YoY)
- Same-Store Sales Growth ในสหรัฐฯ +5% YoY
- รายได้อีคอมเมิร์ซทั่วโลก +24% YoY
- รายได้โฆษณาทั่วโลก +37% YoY
- รายได้โฆษณาเต็มปี 2026 อยู่ที่ 6.4 พันล้านดอลลาร์ (+46% YoY)
จะเห็นได้ว่ารายได้จากธุรกิจแบบดั้งเดิม คือการเข้าร้าน (Same-Store Sales Growth) ยังพอเติบโตได้ที่ประมาณ 5% แต่ส่วนที่กำลังเติบโตขึ้นมาได้เด่นกว่าใครคือรายได้จากทางอีคอมเมิร์ซและรายได้จากการโฆษณา
ส่วนนี้เกิดขึ้นได้จาการลงทุนของขยายช่องทางขายสินค้าทางออนไลน์และเปิดให้ผู้ขายจากภายนอกมาอยู่บนแพลตฟอร์มได้ โดยตอนนี้มีร้านค้าเข้าร่วมมากกว่า 2 แสนราย ซึ่งทำให้การซื้อขายทางออนไลน์คึกคักและกลายเป็นแหล่งรวมผู้ซื้อและผู้ขายให้มาเจอได้กัน
เมื่อมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่แข็งแกร่งแล้ว Walmart ก็สามารถทำรายได้จากการโฆษณา ด้วยการเปิดให้ร้านค้าที่ลงขายผ่านทางแพลตฟอร์มซื้อโฆษณาเพื่อเปิดการมองเห็นให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้น
จุดนี้เองทำให้ Walmart ไม่ใช่แค่ห้างขายของชำราคาถูกแบบดั้งเดิมที่ต้องทำแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อความอยู่รอดในยุคดิจิทัล แต่กำลังไปอีกขั้นด้วยการกลายร่างเป็นเหมือนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon หรือ Shopee ที่คนไทยรู้จักดี
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ ธุรกิจโฆษณาออนไลน์มีความสามารถทำกำไรได้สูงมาก หากเทียบกับธุรกิจห้างค้าปลีกทั่วไปที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ต่ำมาก (1-4%)
3) คู่แข่งที่เปลี่ยนไป
หากจะหาคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับ Walmart ในเวลานี้ อาจไม่ใช่ห้างค้าปลีกอย่าง Kroger, Target, Aldi หรือ Costco อีกต่อไปแล้ว
เพราะคู่แข่งของ Walmart ที่กำลังขับเคี่ยวกันคือ Amazon อีคอมเมิร์ซที่ก้าวเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนได้มากขึ้น
จุดสำคัญคือผลประกอบการปีล่าสุด Amazon มีรายได้แซง Walmart เป็นครั้งแรกแล้ว
- Amazon 7.17 แสนล้านดอลลาร์ (+12% YoY)
- Walmart 7.13 แสนล้านดอลลาร์ (+5% YoY)
การที่บริษัทอีคอมเมิร์ซทำรายได้สูงกว่าบริษัทห้างค้าปลีกแบบดั้งเดิมแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป
แม้ว่าธุรกิจของทั้งสองบริษัทจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะ Amazon ยังมีธุรกิจอื่น เช่น คลาวด์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง แต่ก็มีหลายส่วนที่ทั้งสองบริษัทนี้มีเหมือนกันในด้านการค้าปลีก
มีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเหมือนกัน มีสินค้าทั่วไปและหลากหลายเหมือนกัน ทำระบบโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าเหมือนกัน และยังมีรายได้จากการโฆษณาเหมือนกันอีก
ยิ่งเป็นยุคที่ผู้บริโภคใช้ออนไลน์มากขึ้น และมีการลงทุนเทคโนโลยี เช่น AI มากขึ้น ก็ทำให้ Walmart ต้องลงทุนทำเทคโนโลยีเพื่อสู้กับคู่แข่งอย่าง Amazon ได้ดียิ่งขึ้น
ผลประกอบการของ Walmart
รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2022 5.73 แสนล้านดอลลาร์ (+2% YoY)
2023 6.11 แสนล้านดอลลาร์ (+7% YoY)
2024 6.48 แสนล้านดอลลาร์ (+6% YoY)
2025 6.81 แสนล้านดอลลาร์ (+5% YoY)
2026 7.13 แสนล้านดอลลาร์ (+5% YoY)
กำไรสุทธิและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2022 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์ (+1% YoY)
2023 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์ (-15% YoY)
2024 1.56 หมื่นล้านดอลลาร์ (+33% YoY)
2025 1.94 หมื่นล้านดอลลาร์ (+25% YoY)
2026 2.19 หมื่นล้านดอลลาร์ (+13% YoY)
*งวดบัญชีของ Walmart สิ้นสุดในเดือน ม.ค. ของทุกปี
จากผลประกอบการย้อนหลังของ Walmart จะเห็นได้ว่าการเติบโตของรายได้และกำไรยังคงสม่ำเสมอได้ แม้จะมีที่มาจากการเป็นห้างค้าปลีกที่เน้นขายของชำในราคาถูก
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการลงทุนกับเทคโนโลยีและความสามารถในการต่อยอดธุรกิจของ Walmart ให้ทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป


