ทำไมผู้ถือหุ้นใหญ่ MAJOR คือบริษัท MAJOR เอง

เนื้อหา

ถ้าเราเข้าไปดูรายชื่อผู้ถือหุ้นของหุ้นโรงหนัง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR เราอาจจะเห็นชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่แปลกตา นั้นคือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR นั้นเอง

ณ วันที่ 18 เมษายน 2025 MAJOR กำลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MAJOR เอง โดยถือหุ้นอยู่ 8.59%

ที่เป็นแบบนี้มาจากการซื้อหุ้นคืน (Stock Repurchase) ที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารเล็งเห็นว่าราคาหุ้นในตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

ซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้ไม่บ่อยนักที่บริษัทจะกวาดซื้อหุ้นคืนจนติดผู้ถือหุ้นใหญ่ขนาดนี้

ประโยชน์แรกของการซื้อหุ้นคืนคือการพยุงราคาหุ้น เพราะมีแรงซื้อจากตัวบริษัทเข้ามาเสริม

ส่วนอีกจุดคือการบริหารจัดการเงินเพื่อเพิ่มกำไรต่อหุ้นสำหรับผู้ถือหุ้นเอง

MAJOR เริ่มซื้อหุ้นคืนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ตุลาคมปี 2023 แล้ว โดยแบ่งเป็นทั้งหมด 3 ครั้งใหญ่ๆ

  • ตุลาคม 2023 ซื้อทั้งหมด 65.5 ล้านหุ้น (มูลค่า 996.5 ล้านบาท)
  • มิถุนายน 2024 ซื้อทั้งหมด 71.2 ล้านหุ้น (มูลค่า 998.2 ล้านบาท)
  • และครั้งล่าสุด พฤษจิกายน 2025 ซื้อไปแล้ว 36.3 ล้านหุ้น (มูลค่า 246.9 ล้านบาท ) จากกรอบที่ตั้งไว้ว่าซื้อหุ้นคืนได้มากสุดที่ 75.7 ล้านหุ้น

เบ็ดเสร็จในรอบ 3 ปี MAJOR ใช้เงินไปกว่า 2,241.6 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืนกลับมาทั้งหมด 173 ล้านหุ้น

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่คุ้นเคยกับตลาดหุ้นจะรู้ว่าหุ้นที่บริษัทซื้อคืนจะสามารถทำได้สองอย่างระหว่าง ขายหุ้นคืนเข้าตลาดตลาด กับลดทุนจดทะเบียน

หลายบริษัทมักเลือกวิธีขายคืนตลาด ซึ่งช่วยแค่พยุงราคาหุ้นในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ทำให้กำไรต่อหุ้นของนักลงทุนเพิ่มขึ้น 

แต่ MAJOR เลือกที่ลดทุนจดทะเบียนจากการซื้อหุ้นมาสองครั้งแล้ว

  • 65.5 ล้านหุ้น ที่ซื้อมาเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2023 และ
  • 71.2 ล้านหุ้น ที่ซื้อมาเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2024

ทำให้ MAJOR มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนลดลงอย่างมีนัยยะจาก 

  • 894.7 ล้านหุ้นในปี 2023 เหลือเพียง
  • 757.9 ล้านหุ้นในปี 2025 ลดลงไปประมาณ 15.3%

ถ้าหากให้อธิบายเข้าใจง่ายๆ ว่าการลดจำนวนหุ้นมีผลยังไง

สมมุติว่า MAJOR มีกำไรปีละ 1,000 ล้านบาททุกปี ไม่เติบโต ไม่ลดลง

  • ถ้ามีหุ้น 894.7 ล้านหุ้น จะมีกำไรต่อหุ้นที่ 1.118 บาทต่อหุ้น
  • ถ้ามีหุ้น 757.8 ล้านหุ้น จะมีต่อหุ้นที่ 1.320 บาทต่อหุ้น

ผู้ถือหุ้นจะมีกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 18.1% ทันทีจากจำนวนหุ้นที่ลดลง และถ้าบริษัทจ่ายปันผลเท่าเดิม ปันผลต่อหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

MAJOR เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของบริษัทที่ซื้อหุ้นคืน และลดทุนจดทะเบียนเยอะ จนส่งผลบวกคืนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยยะ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามอยู่เสมอว่าเงินที่เอามาซื้อหุ้นคืนนั้นมาจากไหน หากเป็นเงินที่มาจากการทำกิจกรรมทั่วไป ก็ถือเป็นสัญญาณบวก

แต่ถ้าเป็นการกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อไล่ซื้อหุ้นคืนจนกระทบกับสภาพคล่องของบริษัท นั่นอาจเป็นความเสี่ยงที่ต้องระวังไว้

โพสต์ที่แนะนำ