ทุกวันนี้การสแกน QR Code เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทุกคนแล้ว ไม่ว่าจะใช้ในการจ่ายเงินหรือสแกนดูข้อมูลต่างๆ ก็ต้องใช้ QR Code เหมือนกันทั้งนั้น
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด QR Code มาจากปัญหาในการจัดการชิ้นส่วนรถยนต์ภายในโรงงาน เนื่องจากของเดิมใช้แบบบาร์โค้ดแบบเส้นตรง ซึ่งเก็บข้อมูลได้น้อยมาก ทำให้ต้องแปะบาร์โค้ดหลายอันต่อกัน และคนทำงานก็เสียเวลาสแกนซ้ำกันหลายครั้ง
Denso Wave บริษัทลูกของ Denso Corporation (6902: JP) ซึ่งอยู่ในเครือของ Toyota จึงเกิดความคิดพัฒนาเป็นบาร์โค้ดที่เก็บข้อมูลได้มากขึ้นและอ่านค่าได้เร็วขึ้น
แรงบันดาลใจที่ทำให้คิดเป็นแบบสี่เหลี่ยมจุตรัสคือเกมโกะ ซึ่งมีหมากขาวและดำวางสลับกัน จึงเล็งเห็นว่าหากจัดวางรูปแบบในแนวตั้งและแนวนอน น่าจะช่วยให้เก็บข้อมูลได้เพิ่มขึ้น
ในที่สุด Denso Wave ก็คิดค้นออกมาเป็น QR Code ในปี 1994 โดยตั้งชื่อย่อมาจาก Quick Response หมายถึงการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
Denso Wave ได้จดสิทธิบัตรไว้ แต่ไม่ได้เก็บค่าลิขสิทธิ์เพื่อให้ทุกคนนำ QR Code ไปใช้ได้ฟรี เพราะเป้าหมายคือการทำให้มีการปรับใช้แพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก แทนที่จะเป็นแค่เครื่องมือปิดอยู่ภายในบริษัทเท่านั้น
ในเวลาต่อมา QR Code ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น โดยเฉพาะยุคสมาร์ทโฟน กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้กันเวลาทำธุรกรรมหรือสแกนข้อมูลต่างๆ
Denso Wave ปล่อยให้คนอื่นใช้ QR Code ฟรีๆ แล้วบริษัทได้ประโยชน์อะไร?
ความจริงแล้วแผนการของ Denso Wave คือไม่ได้ต้องการทำเงินจาก QR Code โดยตรง เพราะมองว่าหากเลือกเก็บเงิน บริษัทอื่นก็จะคิดค้นของอย่างอื่นมาใช้แทนอยู่ดี และเทคโนโลยีนี้ก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลา
กลยุทธ์ของ Denso Wave แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักด้วยกัน คือ
1) สถานะเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี
หากเก็บค่าลิขสิทธิ์ แน่นอนว่าจะต้องมีบริษัทอื่นพยายามทำของใหม่ขึ้นมาเพื่อเลี่ยงการจ่ายเงิน แต่เมื่อปล่อยฟรี QR Code จึงกลายเป็นมาตรฐานของโลก
เมื่อเทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น Denso Wave จึงกลายเป็นเหมือนผู้นำทางเทคโนโลยี และมีความน่าเชื่อถือ สามารถขายบริการโซลูชั่นส์หรือเทคโนโลยีระดับสูงอื่นๆ ให้กับคู่ค้าได้
2) ขายอุปกรณ์อื่นแทน
Denso Wave เป็นผู้ผลิตเครื่องสแกนบาร์โค้ดในโรงงานระดับอุตสาหกรรมรายใหญ่ของโลก ซึ่งได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการทำเทคโนโลยีที่อ่านข้อมูลได้แม่นยำและรวดเร็ว ช่วยให้บริษัทครองตลาดฮาร์ดแวร์ได้
3) ขายเทคโนโลยีขั้นสูง
QR Code ที่ทุกคนใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นเพียงแบบมาตรฐาน เพราะเทคโนโลยีขั้นสูงของจริงอยู่ในมือของ Denso Wave ซึ่งไว้ใช้ขายให้องค์กรที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น
Micro QR Code: ขนาดเล็กพิเศษสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว
Frame QR: ที่สามารถเว้นช่องว่างตรงกลางไว้ใส่รูปภาพหรือโลโก้ได้สวยงามกว่าปกติ
SQRC (Secure QR Code): เป็น QR Code ที่สามารถล็อกข้อมูลบางส่วนไว้ได้ ต้องใช้เครื่องสแกนเฉพาะของ Denso Wave เท่านั้นถึงจะอ่านข้อมูลส่วนที่ซ่อนอยู่ได้ ใช้ในงานที่ต้องการความปลอดภัยสูง
สรุปง่ายๆ ก็คือ Denso Wave ยอมปล่อย QR Code แบบมาตรฐานให้คนอื่นไปใช้ฟรี เพื่อสร้างตลาดให้อยู่ทุกมุมโลก แล้วไปใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศหรือการขายเทคโนโลยีขั้นสูงแทน
Denso Wave มีรายได้เท่าไร?
เนื่องจาก Denso Wave เป็นบริษัทลูกที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยตรง โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Denso Corporation ทำให้รายได้อยู่ในงบรวมของบริษัทแม่ ซึ่งมีรายได้และกำไรย้อนหลังเป็นดังนี้
รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 4.94 ล้านล้านเยน (-4% YoY)
2022 5.52 ล้านล้านเยน (+12% YoY)
2023 6.40 ล้านล้านเยน (+16% YoY)
2024 7.15 ล้านล้านเยน (+12% YoY)
2025 7.16 ล้านล้านเยน (+0% YoY)
กำไรสุทธิและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 1.25 แสนล้านเยน (+84% YoY)
2022 2.63 แสนล้านเยน (+111% YoY)
2023 3.15 แสนล้านเยน (+19% YoY)
2024 3.13 แสนล้านเยน (-1% YoY)
2025 4.19 แสนล้านเยน (+34% YoY)
*งบปีของ Denso Corporation สิ้นสุดในเดือน มี.ค.
ธุรกิจโดยรวมของ Denso Wave และ Denso Corporation เป็นเหมือนอาณาจักรใหญ่ที่มีหลายธุรกิจ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ QR Code เป็นเพียงหนึ่งในส่วนเล็กๆ ของบริษัทเท่านั้น
อย่างไรก็ดี QR Code กลับกลายมาเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกในเวลาต่อมา เพราะความตั้งใจของบริษัทที่ต้องการให้ทุกคนได้นำไปใช้ทำประโยชน์กันต่อได้โดยไม่คิดเงิน


