ถ้าลองเปิดตู้เสื้อผ้าคนไทย หลายบ้านน่าเสื้อผ้าแบรนด์ Mc อยู่แน่นอน เพราะนี่คือแบรนด์ที่อยู่รอบตัวทุกคนมานานถึง 5 ทศวรรษ
ไม่ใช่แค่อยู่ในตู้เสื้อผ้าเท่านั้น เพราะเมื่อออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะไปห้างไหนก็เจอร้านของ Mc เปิดอยู่ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ไปเติมน้ำมัน ก็จะเห็นร้าน Mc อยู่ในปั๊มน้ำมันเช่นกัน
เรื่องราวของ Mc แบรนด์ที่อยู่รอบตัวของทุกคน เริ่มต้นมาจากกิจจา กัญจนาภรณ์ ผู้ก่อตั้ง เคยทำงานในร้านซักแห้งมาก่อน ทำให้มีความรู้และเข้าใจเรื่องเนื้อผ้าและการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
ในช่วงนั้นยีนส์ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์นอกที่ราคาแพงและมักจะเป็นทรงฝรั่ง ขากางเกงยาวเกินไปสำหรับคนไทย จึงก่อตั้งแบรนด์ยีนส์ชื่อ Mc ในปี 1975 โดยตั้งชื่อมาเพื่อให้ดูเป็นสากลและจำง่ายเหมือนชื่อของแบรนด์นอก เช่น Levi’s และ Lee
Mc เน้นการทำยีนส์ออกมาให้คนใส่แล้วพอดีตัว ไม่ต้องไปตัดขาให้เสียของ และที่สำคัญคือขายในราคาที่จับต้องได้ จึงเริ่มติดตลาดและได้รับความนิยมจนกลายเป็นแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ Mc เป็นส่วนหนึ่งของคนได้ขนาดนี้คือกลยุทธ์ในการทำช่องทางขายที่เรียกว่า “ป่าล้อมเมือง” และ “เข้าถึงง่าย” จนเรียกได้ว่าไปที่ไหนก็เจอได้หมด
Mc เป็นแบรนด์ที่มีขายอยู่ตามห้ามสรรพสินค้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โลตัส หรือบิ๊กซี และมีอยู่ทั่วประเทศ ทำให้คนเห็นภาพของ Mc อยู่ตลอดเวลาและทุก ที่ไม่ว่าจะไปห้างระดับไหนหรือใส่เสื้อผ้าแบรนด์อะไรอยู่
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ Mc ยิ่งอยู่ใกล้ตัวทุกคนมากขึ้นไปอีกคือการเลือกจุดขายที่ต่างกับแบรนด์เสื้อผ้าทั่วไป คือ การเปิดสาขาอยู่ในปั๊มน้ำมันของปตท.
ทุกคนต่างทราบกันดีว่า OR หรือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ทำปั๊มน้ำมันให้เป็นเหมือนจุดพักรถที่ให้คนจ่ายเงินเติมน้ำมันและซื้อของอื่นๆ ได้ในที่เดียว จึงต้องหาร้านหลายแนวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ
การตั้งร้านขายเสื้อผ้าในปั๊มอาจดูเป็นแนวคิดที่ประหลาด แต่ความจริงแล้วกลับเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เพราะเริ่มตั้งแต่การอยู่ในปั๊ม หมายถึง คนอาจเจอแบรนด์ของ Mc ตั้งแต่แวะเติมน้ำมันก่อนออกไปห้างด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ยังได้เปรียบในเรื่องต้นทุน เพราะค่าเช่าในปั๊มถูกกว่าอยู่ในห้างและมีคู่แข่งน้อยกว่าด้วย
การขายยีนส์ในปั๊มจึงกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของ Mc ไปแล้ว โดยปัจจุบันมีสาขาอยู่ในปั๊มปตท. มากกว่า 100 แห่ง และถ้านับรวมสาขาที่อยู่ตามห้างและที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เป็นทั้งหมดมากกว่า 600 แห่ง
ส่วนผลิตภัณฑ์ของ Mc ก็มีหลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กางเกงยีนส์ เพราะไปถึงเสื้อผ้าและกางเกงแบบอื่นๆ เช่นเดียวกับรองเท้าและเครื่องประดับ ซึ่งกลายเป็นยอดขายหลักของบริษัทไปแล้วด้วยสัดส่วนยอดขายมากกว่า 60%
แล้วรายได้ของ MC เป็นอย่างไรบ้าง?
รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 3.25 พันล้านบาท (+1% YoY)
2022 2.95 พันล้านบาท (-9% YoY)
2023 3.69 พันล้านบาท (+25% YoY)
2024 4.1 พันล้านบาท (+11% YoY)
2025 4.2 พันล้านบาท (+3% YoY)
กำไรและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2021 446 ล้านบาท (+10% YoY)
2022 486 ล้านบาท (+9% YoY)
2023 644 ล้านบาท (+33% YoY)
2024 713 ล้านบาท (+11% YoY)
2025 760 ล้านบาท (+7% YoY)
ในมุมของรายได้และกำไร ยังพอมีการเติบโตอยู่บ้าง แม้อาจไม่หวือหวามากนัก แต่หุ้น MC มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือเป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 8% (อ้างอิงข้อมูลจาก SETTRADE ล่าสุดวันที่ 5 ก.พ. 2026)
หากดูในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะพบว่ามีชื่อของเพาพิลาส เหมวชิรวรากร คู่สมรส ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (VI) ของไทย ติดอยู่ในอันดับ 6 ด้วยจำนวน 10 ล้านหุ้น เป็นสัดส่วน 1.26%
แม้อาจดูเป็นเพียงแบรนด์ยีนส์ธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ความจริงแล้ว Mc มีแผนธุรกิจที่แยบยลและทำให้คนจดจำเห็นภาพได้อยู่ทุกวัน แม้แต่เติมน้ำมันในปั๊มก็เห็นก่อนแบรนด์อื่นแล้ว


