หลายคนอาจได้เห็นข่าวว่าคะแนนของประเทศไทยในการจัดอันดับคอร์รัปชันทั่วโลกลดต่ำลง แต่อาจยังไม่รู้ว่าของไทยต่ำกว่าหลายประเทศที่คนอาจไม่รู้ชื่อมาก่อน เช่น บอตสวานา บูร์กินาฟาโซ มาลาวี กายอานา วานูอาตู และนิคารากัว
ดัชนีที่กำลังเป็นที่พูดถึงในเวลานี้คือ Corruption Perceptions Index (CPI) หรือแปลตรงตัวว่า “ดัชนีการรับรู้การทุจริต” จัดทำโดย Transparency International ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมระดับโลกที่ตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
การจัดอันดับนี้เป็นการวัด “ระดับการรับรู้การคอร์รัปชันในภาครัฐ” ของประเทศต่างๆ ไม่ใช่การนับจำนวนคดีที่เกิดการทุจริตโดยตรง มีการให้คะแนนเป็น 0-100 ยิ่งได้คะแนนมากหมายถึงโปร่งใสมาก
ข้อมูลที่นำมาใช้คำนวณ CPI ไม่ได้มาจากคนกลุ่มเดียว แต่เป็นการรวมผลประเมินจากแหล่งข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและเป็นการประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ โดยกำหนดว่าแต่ละประเทศต้องมีข้อมูลอย่างน้อย 3 แหล่ง ถึงจะจัดอันดับได้
ข้อมูลของไทยมาจากหลายหน่วยงาน เช่น
• IMD World Competitiveness Yearbook: ประเมินว่าการทุจริตเป็นอุปสรรคต่อขีดความสามารถในการแข่งขันหรือไม่
• World Economic Forum (WEF): สอบถามผู้บริหารระดับสูงเรื่องการจ่ายเงินสินบนในกระบวนการต่างๆ เช่น การนำเข้า-ส่งออก หรือการขอใบอนุญาต
• Economist Intelligence Unit (EIU): วัดความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณและการตรวจสอบฝ่ายบริหาร
สิ่งที่วัดก็มีหลายด้าน เช่น การรับสินบน การใช้จ่ายงบประมาณที่โปร่งใส การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด และความสามารถของรัฐในการลงโทษผู้กระทำผิด
แล้วผลจากการจัดอันดับคอร์รัปชั่นมีผลอย่างไร?
ความจริงแล้วคะแนนของ CPI ไม่ได้เป็นแค่การจัดอันดับเล่นๆ ขององค์กรหนึ่งเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ และยังสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของประเทศได้ด้วย
เริ่มจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ เพราะดัชนี CPI สามารถใช้วัดความเสี่ยงในการเข้าไปลงทุนหรือทำธุรกิจ เพราะประเทศที่มีคะแนนต่ำมักมีต้นทุนแฝง เช่น ค่าสินบนหรือใต้โต๊ะ ทำให้ดึงดูดการลงทุนได้ยากขึ้น
สมมติว่ามีบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่ง สนใจจะลงทุนตั้งโรงงานแห่งใหม่ และลังเลอยู่ว่าจะไปอยู่ประเทศไหนดี ก็อาจใช้คะแนนนี้ในการพิจารณาได้
ตัวเลือกมีอยู่ 2 ประเทศ เริ่มจากประเทศ A มีความน่าสนใจ เช่น ที่ตั้งทำเลดี มีโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่อันดับโปร่งใสดำดิ่งมาก
ขณะที่ประเทศ B ปัจจัยโดยรวมอาจไม่เอื้อเท่าประเทศ A แต่ประเมินแล้วว่าทำธุรกิจแล้วง่ายกว่า เช่นกระบวนการราชการสะดวกหรือตั้งโรงงานแล้วไม่มีใครมาเรียกสินบน มั่นใจว่าทำธุรกิจแล้วในระยะยาวจะสะดวกสบายกว่า
นักลงทุนก็อาจเลือกประเทศ B ก็เป็นได้
จากตัวอย่างนี้คงพอเห็นได้ว่าอันดับคอร์รัปชันมีความสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิดไว้
แล้วอันดับของประเทศไทยเป็นอย่างไร?
ในการจัดอันดับคอร์รัปชันปี 2025 ประเทศไทยหล่น 1 อันดับ อยู่ที่ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศทั่วโลก คะแนนลดลง 1 คะแนน อยู่ที่ 33 จากคะแนนเต็ม 100
หากเทียบในอาเซียน ของไทยอยู่อันดับท้ายๆ ในภูมิภาคเลย ตามหลังสิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม มาเลเซีย ติมอร์ ลาว และอินโดนีเซีย มีเพียง 3 ชาติที่อันดับต่ำกว่าไทย คือฟิลิปปินส์ เมียนมา และกัมพูชา
ย้อนดูแค่คะแนของไทย พบว่า ทั้งคะแนนและอันดับในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมามีแต่ลดลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่รัฐบาล ก็ยังไม่ดีขึ้น
นั่นคือสายตาของต่างชาติที่มองประเทศไทย ว่าผ่านมาแล้วกี่สิบปีก็ยังแก้ปัญหาโครงสร้างไม่ได้เลย


