รู้จัก Mercado Libre หุ้นที่รายได้เติบโตเกิน 30% ติดต่อกัน 27 ไตรมาส

เนื้อหา

หากบอกว่ามีบริษัทหนึ่งมีรายได้เติบโตเกินกว่า 30% ติดต่อกันเป็น 27 ไตรมาส คงไม่มีใครเชื่อ

แต่สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงอยู่กับ Mercado Libre (MELI: US) บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคละตินอเมริกา 

นับจนถึงไตรมาส 3 ปี 2025 การเติบโตของรายได้เทียบปีที่แล้วของ Mercado Libre มีอัตราอยู่ที่มากกว่า 30% ติดต่อกัน 27 ไตรมาส หรือเกือบ 7 ปีแล้ว

หากไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยังทำได้อีก ก็จะครบเป็น 8 ปีพอดี

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ Mercado Libre หรือเคยเห็นผ่านๆ มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่ทราบว่าบริษัททำธุรกิจอะไร มีจุดเด่นคืออะไร และทำไมถึงเติบโตได้ขนาดนี้

หาคำตอบได้ที่นี่

ธุรกิจของ Mercado Libre

Mercado Libre เริ่มก่อตั้งในปี 1999 มีผู้ก่อตั้งคือ Marcos Galperin นักธุรกิจชาวอาร์เจนไตน์

เดิมทีนั้น Galperin ต้องการทำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจากต้นแบบคือ eBay สำหรับตลาดละตินอเมริกา 

ชื่อของบริษัทมาจากสองคำ คือ Mercado = ตลาด และคำว่า Libre = เสรี ซึ่งเป็นความหมายให้เห็นว่าเป็นแหล่งการซื้อขายที่เสรี ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้

หากจะเล่าถึงที่มาที่ไป และวิวัฒนาการของ Mercado Libre สามารถแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักด้วยกัน

ช่วงที่ 1: ยุคตั้งไข่ (1999-2007)

ยุคแรก เริ่มจากการทำตลาดอีคอมเมิร์ซ ซึ่งในช่วงแรก ตลาดภูมิภาคละตินอเมริกามีปัญหามากมาย เช่น แพลตฟอร์มไม่น่าเชื่อถือ การเข้าถึงระบบธนาคารยังค่ำ และปัญหาโลจิสติกส์

Mercado Libre เล็งเห็นโอกาสจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ปรับธุรกิจให้เข้ากับพฤติกรรมคน เช่น ทำหน้าที่เป็นตัวกลางช่วยตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าก่อนปล่อยเงินให้ผู้ขาย การลงทุนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของบริษัทเอง และการจูงใจให้ร้านค้าเข้ามาในแพลตฟอร์ม

บริษัทจึงเริ่มสร้างฐานและเป็นที่รู้จักในภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ และต้องอาศัยความเข้าใจในการทำธุรกิจ ทำให้ได้เปรียบเหนือคู่แข่งหรือแพลตฟอร์มจากต่างถิ่น เชน Amazon ซึ่งมาจากสหรัฐฯ

จนกระทั่งในปี 2007 Mercado Libre จดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ ใช้ชื่อหุ้น MELI เป็นธุรกิจเทคโนโลยีจากละตินอเมริการายแรกที่เข้าตลาดสหรัฐฯ

ช่วงที่ 2: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (2009-2017)

เมื่อบริษัทเริ่มมีฐานแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงการขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโต เช่น

  • การทำเครือข่ายโลจิสติกส์ ตั้งธุรกิจย่อยขึ้นมาบริหารเอง ชูจุดเด่นส่งด่วนภายในวันเดียวกันและราคาถูก
  • การทำธุรกิจฟินเทค เช่น บัตรเครดิต บริการผ่อนชำระสินค้า สินเชื่อรายย่อยและผู้ประกอบการ ไปจนถึงเครื่องแตะบัตรตามร้านค้า

ตรงจุดนี้ Mercado Libre ก็เริ่มเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ไปเป็นผู้ให้บริการระบบโครงสร้างพื้นฐานแล้ว

ช่วงที่ 3: ระบบนิเวศเต็มรูปแบบ (2018-ปัจจุบัน)

เท่านั้นยังไม่พอ บริษัทยังนำส่วนที่ขยายแล้วมาต่อยอดจนกลายเป็นเหมือนระบบนิเวศแห่งเศรษฐกิจอเมริกาใต้ในยุคปัจจุบัน

เริ่มจากการขยายธุรกิจฟินเทคไปเป็นเหมือนธนาคารดิจิทัล เช่น บริการชำระเงิน รวมถึงการใช้ QR Code บริการบัตรเครดิต ซึ่งทุกอย่างนี้อยู่นอกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เหมือนเป็นคู่แข่งธนาคารแบบดั้งเดิม

เช่นเดียวกับการลงทุนกับระบบโลจิสติกส์ ทำศูนย์กระจายสินค้าไปจนถึงขนส่งทางอาการ ช่วยหนุนการบริการส่งด่วนในวันเดียว

เมื่อธุรกิจเริ่มเกิดเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ ทุกอย่างก็จะช่วยหนุนกันและกัน และกลับมาเป็นวงจรเดิมซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งอธิบายได้ง่ายๆ เป็น

ส่งสินค้าได้เร็ว >> มีผู้ใช้มากขึ้น

มีผู้ใช้มากขึ้น >> มีผู้ขายมากขึ้น

มีผู้ขายมากขึ้น >> ยอดขายมากขึ้น

ยอดขามากขึ้น >> รายได้ส่วนของโฆษณาและฟินเทคก็เพิ่มขึ้น

รายได้เพิ่มขึ้น >> นำเงินไปลงทุนเพิ่มกับโลจิสติกส์

ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นเหมือนระบบนิเวศขนาดใหญ่ เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ดึงผู้ใช้ และผู้ขาย เข้ามาอยู่รวมกันได้เป็นจำนวนมาก และยังสามารถขยายไปถึงการทำธุรกรรมที่อยู่นอกเหนือแพลตฟอร์มได้ด้วย

จนปัจจุบัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีรายได้เป็นสัดส่วนประมาณ 55% ส่วนธุรกิจฟินเทคเป็นสัดส่วน 45%

คงพอเห็นภาพแล้วว่าอาณาจักรของ Mercado Libre ยิ่งใหญ่ขนาดไหน 

รายได้ของ Mercado Libre

หากจะย้อนไปทุกไตรมาส คงจะยาวเกินไป แต่หากลองดูย้อนหลัง 5 ปี คงพอเห็นภาพได้ว่าการเติบโตอยู่ในระดับไหน

รายได้และการเติบโตเทียบรายปี

2020 0.39 หมื่นล้านดอลลาร์ (+73% YoY)

2021 0.71 หมื่นล้านดอลลาร์ (+78% YoY)

2022 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ (+53% YoY)

2023 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ (+40% YoY)

2024 2.08 หมื่นล้านดอลลาร์ (+38% YoY)

กำไรสุทธิ

2020 ขาดทุน 1 ล้านดอลลาร์

2021 กำไร 83 ล้านดอลลาร์

2022 กำไร 482 ล้านดอลลาร์ (+481% YoY)

2023 กำไร 987 ล้านดอลลาร์ (+105% YoY)

2024 กำไร 1,911 ล้านดอลลาร์ (+94% YoY)

จากข้อมูลเห็นได้ว่า รายได้ที่ผ่านมาของ Mercado Libre มีการเติบโตสูงทุกปี และเริ่มทำกำไรให้เติบโตได้แล้วใน 3 ปีล่าสุด 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้การเติบโตของรายได้ในช่วงหลังมาแรงได้ จนทะลุหลัก 30% YoY ติดต่อกัน 27 ไตรมาส เป็นเพราะการลงทุนและขยายธุรกิจที่ทำในช่วงก่อนหน้านั้นเริ่มผลิดอกออกผล โดยสรุปสาเหตุหลักได้เป็น

  1. จำนวนผู้ใช้และยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดยอดสั่งซื้อขั้นต่ำสำหรับการจัดส่งฟรี
  2. โลจิสติกส์เติบโตได้ต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการลงทุนกับเครือข่ายของบริษัทเอง
  3. พอร์ตสินเชื่อเติบโตเป็นปัจจัยช่วยหนุน โดยตัวเลขในไตรมาส 3/2025 ยอดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 83% เทียบปีที่แล้ว
  4. ธุรกิจฟินเทคที่อยู่นอกเหนือแพลตฟอร์มเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ดันยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรในตลาดใหญ่ เช่น บราซิล เป็นยอดใช้จ่ายที่ไม่ได้มาจากแพลตฟอร์มแล้ว 
  5. ธุรกิจโฆษณา ซึ่งได้ประโยชน์จากระบบนิเวศทั้งหมดนี้ ก็มีการเติบโตอย่าสม่ำเสมอเช่นกัน โดยในไตรมาส 3/2025 มีการเติบโตอยู่ที่ 63% เทียบปีที่แล้ว

ปัจจัยที่ควรพิจารณา

อย่างไรก็ดี Mercado Libre ก็มีปัจจัยที่ควรพิจารณาเช่นกัน เช่น

  • มูลค่าหุ้น : ปัจจุบัน P/E Ratio ของ MELI อยู่ที่ 52 เท่า เป็นระดับที่ค่อนข้างสูง เทียบกับ Amazon (AMZN: US) อยู่ที่ 33 เท่า ซึ่งเกิดจากการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาตลอดช่วงที่ผ่านมา
  • คุณภาพสินเชื่อ : การปล่อยสินเชื่อแลกกับการเติบโตของรายได้ในช่วงที่ผ่านมาอาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคตได้ หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ก็จะกลายเป็นหนี้เสีย ส่งผลถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
  • หน่วยงานกำกับดูแล : การทำธุรกิจเป็นระบบนิเวศหรือมีขนาดใหญ่จนเกินไปอาจนำมาซึ่งปัญหากับหน่วยงานรัฐได้ ซึ่งหากมองว่าเป็นการผูกขาด อาจมีการฟ้องร้องหรือสั่งปรับ หรือการบังคับให้ขายธุรกิจบางส่วนออกได้

โพสต์ที่แนะนำ