เพลินจิต ถนนสั้น 1 กม. แต่มูลค่าแสนล้าน

เนื้อหา

เพลินจิต ถนนที่มีระยะทางเพียง 1.2 กิโลเมตร แค่เดินเพียง 15 นาที ก็สุดสายแล้ว แต่เป็นย่านที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับแสนล้านบาท

ประวัติของถนนเพลินจิตต้องย้อนไปสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นการตัดถนนใหม่เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ย่านราชประสงค์เข้ากับถนนสุขุมวิท ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่าถนนกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ โดยถนนเพลินจิตสิ้นสุดที่ใต้ทางด่วนเท่านั้น

ยุคก่อนจะเป็นเพลินจิต พื้นที่ตรงนั้นยังเป็นทุ่งนาชานเมืองอยู่ ก่อนจะเริ่มมีขุนนางมาสร้างบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณนี้ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ต่อมาก็มีสถานทูตของประเทศมหาอำนาจเข้ามาตั้งอยู่ในบริเวณนั้น เช่น สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เพลินจิตกลายเป็นย่านเศรษฐกิจคือการเปิดตัวของ เซ็นทรัล ชิดลม ในปี พ.ศ. 2516

เซ็นทรัล ชิดลม เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกๆ ของไทยที่นำเข้าสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ ทำให้เพลินจิตกลายเป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เมื่อรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวเริ่มเปิดในปี 2542 เพลินจิตก็ได้กลายเป็น Central Business District (CBD) อย่างเต็มตัว

แม้ถนนจะมีความยาวความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตร แต่พื้นที่เพลินจิตและย่านรอบๆ ถือว่าเป็นพื้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

เริ่มจากศูนย์การค้า มีห้างแลนด์มาร์คสำคัญอย่างเซ็นทรัลเวิลด์ เช่นเดียวกับ มีเซ็นทรัล ชิดลม และเอ็มบาสซี เป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลทั้ง CPN, CPNREIT และ CRC 

ยังมีอาณาจักรของเกษร ซึ่งแบ่งเป็นเกษรเซ็นเตอร์ เกษรทาวเวอร์ และเกษรอัมรินทร์ อยู่ตรงเพลินจิตฝั่งแยกราชประสงค์

ขณะเดียวกันยังมีโรงแรมหรูมีหลายแห่งที่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวในย่านใจกลางเมือง เช่น Grand Hyatt Erawan และ Novotel Bangkok Ploenchit Sukhumvit ซึ่งเป็นของ ERW หรือบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Grande Centre Point Ploenchit ซึ่งอยู่ในเครือของ LH หรือบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และ Park Hyatt Bangkok ของกลุ่มเซ็นทรัล ก็อยู่ในย่านนี้เช่นกัน

ส่วนของตึกสำนักงานก็มีหลายตึกที่เป็นที่ตั้งของบริษัทใหญ่ เช่น Park Ventures Ecoplex อยู่แยกเพลินจิตตัดกับถนนวิทยุ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักในประเทศไทยของ Google บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก

ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ และมูลค่าของย่านนี้ ทำให้การขายที่ดินแปลงใหญ่แต่ละครั้งย่อมมีมูลค่ามหาศาล และเป็นที่สนใจของหลายฝ่ายว่า จะซื้อขายกันที่ราคาเท่าไร ใครจะได้ไป และจะไปทำเป็นอะไรต่อ

ก่อนหน้านี้สถานทูตอังกฤษเคยขายที่ดินอยู่ตรงถนนเพลินจิตตัดกับถนนวิทยุให้กับกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งตอนนี้มาทำเป็นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ช่วงที่ 1 ในปี 2549 เนื้อที่ประมาณ 9.5 ไร่ ขายให้กลุ่มเซ็นทรัลในราคา 950,000 บาทต่อตารางวา รวมมูลค่าดีล 3,400 ล้านบาท

ช่วงที่ 2 ในปี 2561 ส่วนที่เหลือประมาณ 23-25 ไร่ ขายให้กลุ่มเซ็นทรัลร่วมทุนกับ Hongkong Land ในราคาประมาณ 2,000,000-2,200,000 บาทต่อตารางวา รวมมูลค่าดีลกว่า 19,000 ล้านบาท เป็นการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่ารวมสูงที่สุดของประเทศไทย

ล่าสุดเป็นสถานทูตเนเธอร์แลนด์ประกาศขายที่ดิน พื้นที่ 20 ไร่ อยู่บริเวณจุดตัดเพลินจิตกับวิทยุ

ในเบื้องต้นมีตัวเลขคาดการณ์ว่าราคาตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 2,800,000-3,500,000 บาทต่อตารางวา

เท่ากับว่าแปลงของสถานทูตเนเธอร์แลนด์จะมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 22,000–28,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ทุบดีลของสถานทูตอังกฤษ

การขายที่ดินของสถานทูตเนเธอร์แลนด์ถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทำเลทองในย่านที่มีมูลค่าเศรษฐกิจสูง

ต้องรอดูต่อไปว่า ใครจะมาทุ่มซื้อที่ดินตรงนี้ จบที่ราคาเท่าไร และจะเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองของสถานทูตเนเธอร์แลนด์ให้เป็นอะไรต่อไป

โพสต์ที่แนะนำ