3 ธีมการลงทุนเด่นที่ได้ไปต่อในปี 2026 รับมือความผันผวนทั่วโลก

เนื้อหา

ตลาดการเงินมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นจากเงินเฟ้อที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า การแบ่งขั้วจากภูมิรัฐศาสตร์ และการค้าโลกที่แยกตัวเป็นภูมิภาค อีกทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้กลายเป็นปัจจัยการผลิตหลักในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจโลกปี 2026 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งใหญ่

ผู้ลงทุนจึงควรเน้นความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตฟอลิโอ เพื่อปรับตัวได้ทันตามเทรนด์โลก โดยมี 3 ธีมการลงทุนเด่นที่จะได้ไปต่อในปี 2026 ได้แก่

1) The New Industrial Revolution (การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ และภูมิทัศน์การลงทุนในยุคเปลี่ยนผ่าน)

การปฏิวัติอุตสาหกรรมใหม่ให้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) ในฐานะปัจจัยการผลิตหลักของเศรษฐกิจยุคใหม่ การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี จึงเป็นโอกาสการลงทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรตระหนักถึงความเสี่ยงจากความคาดหวังที่สูง หากบริษัทไม่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่คาดหวัง อาจก่อให้เกิดแรงกดดันต่อมูลค่าการลงทุนได้ จึงจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยง

แนะนำกองทุน K-ATECH ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และกองทุน K-GTECH ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้

2) The Great Rewiring (การเปลี่ยนแปลง ภูมิรัฐศาสตร์และโลกาภิวัฒน์)

กระแสโลกที่แบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังผลักดันให้หลายประเทศเร่งสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของชาตินิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Nationalism) นำไปสู่การย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่เพื่อลดความเสี่ยง (Risk-Off) 

ประเทศเกิดใหม่ในเอเชียกำลังกลายเป็น Regional Champions ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายการค้าโลก

แนะนำกองทุน K-INDIA ที่เน้นลงทุนในหุ้นอินเดียซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูง และกองทุน  K-VIETNAM ที่ลงทุนตรงในหุ้นเวียดนามและบางส่วนในหน่วยลงทุนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเวียดนาม เพื่อรับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ 

และ 3) The Income Diversifiers (การสร้างกระแสรายได้หลากหลาย)

ธนาคารทั่วโลกกำลังอยู่ในวัฏจักรการลดดอกเบี้ย และตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง การลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้เงินปันผลและรายได้สม่ำเสมอเป็นอีกกลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างโอกาสให้พอร์ตได้รับผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ

แนะนำกองทุน K-GPIN ที่ลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลกพร้อมกลยุทธ์ขาย Call Options เพื่อเพิ่มรายได้

กองทุน K-PROPI ที่เน้นลงทุนในหุ้นและ REITs ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ 

และกองทุน K-VALUE ที่เน้นหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

ทั้งหมดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มศักยภาพการเติบโตของพอร์ตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการบริหารสภาพคล่องในระยะสั้นหรือมากกว่า 1 ปี ยังมีทางเลือกแทนการถือเงินสด โดยแนะนำกองทุน K-SF, K-SFPLUS, K-FIXEDPLUS และ K-FIXEDPRO ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับกลยุทธ์การจัดพอร์ตหลัก (Core Portfolio) บลจ.กสิกรไทย ขอเสนอ 2 ทางเลือก ได้แก่

ทางเลือกที่ 1: Ready to Move

เป็นการลงทุนในกลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ที่ยึดหลักการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือกทั่วโลก โดยร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบลจ.ชั้นนำระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management เพื่อเสริมความมั่นใจและเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว

ยกตัวอย่างกองทุน K-WPBALANCED ที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นเหนือ SET Index ถึง 5% ในช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน 2568 (ที่มา : บลจ.กสิกรไทย ณ วันที่ 3 ธ.ค. 68)

ทางเลือกที่ 2: Easy DIY

เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนปรับสัดส่วนหุ้นและตราสารหนี้ด้วยตัวเอง ผ่านกองทุน K-GSELECT ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก และกองทุน K-GDBOND ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้หลากหลายประเภททั่วโลก โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้ในระดับที่น่าสนใจ

การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio นอกจากจะช่วยให้การลงทุนระหว่างทางมีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการวางแผนชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีคุณภาพ

สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบลจ.กสิกรไทยสามารถปรับพอร์ตให้เติบโตพร้อมรับการเกษียณได้ 2 ทางเลือก ได้แก่

1) เลือกกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series มาเป็น Core Portfolio ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยสมาชิกสามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ตามอายุหรือสถานะทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

2) เลือกแผนการลงทุน Life Path Model ที่ผู้จัดการกองทุนจะปรับลดน้ำหนักสินทรัพย์เสี่ยงให้อัตโนมัติตามอายุที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในช่วงใกล้เกษียณ เพื่อให้สมาชิกมีเงินใช้จ่ายยาวนานขึ้นหลังเกษียณ

คำเตือน : ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

โพสต์ที่แนะนำ