ศึกษาหุ้น MANU ขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปีติด แต่ทำไมยังอยู่ได้

เนื้อหา

Manchester United (MANU) ทีมฟุตบอลขวัญใจมหาชน อาจดูยิ่งใหญ่ในความเป็นแบรนด์ ไม่ว่าจะผ่านช่วงผลงานในสนามตกต่ำก็ยังคงมีแฟนคลับและมูลค่าการตลาดที่สามารถดึงดูดผู้สนับสนุนได้

ฐานความเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนให้ MANU สามารถทำรายได้จากผู้สนับสนุนเข้ามาชดเชยผลงานในสนามที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ในมุมของผลประกอบการ สโมสรประสบปัญหาขาดทุนสุทธิมาแล้ว 6 ปีติดต่อกัน

ตามปกติแล้ว หากขาดทุนติดต่อกันหลายปี เป็นบริษัทอื่นคงเข้าล้มละลายหรือไม่ก็ยุบกิจการไปแล้ว แต่ในกรณีของ MANU กิจการของสโมสรยังคงดำเนินอยู่ได้ และไม่ได้อยู่ในภาวะขาดสภาพคล่องหรือสุ่มเสี่ยงต่อการล้มละลายแต่อย่างใด

สาเหตุเป็นเพราะอะไร

หาคำตอบได้ที่นี่

โครงสร้างรายได้ MANU

ก่อนอื่นเลย ต้องเข้าใจธุรกิจของ MANU กันก่อน

MANU เข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กตั้งแต่ปี 2012 โดยมีโครงสร้างรายได้จาก 3 ส่วน แบ่งเป็น

  • รายได้จากผู้สนับสนุนและการขายสินค้า (50%) เป็นรายได้จากสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุน และการขายสินค้าต่างๆ เช่น เสื้อ และของที่ระลึก
  • รายได้จากการถ่ายทอดสด (26%) ส่วนแบ่งจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากรายการต่างๆ เช่น พรีเมียร์ลีก และรายการถ้วยยุโรป (ในกรณีที่ได้สิทธิ์ไปเล่น)
  • รายได้จากเกมการแข่งขัน (24%) รายได้จากค่าตั๋วเข้าชมเกมการแข่งขัน

รายได้ และการเติบโตเทียบปีก่อนหน้า
2020 630 ล้านดอลลาร์ (-20.8%)
2021 683 ล้านดอลลาร์ (+8.4%)
2022 709 ล้านดอลลาร์ (+3.8%)
2023 822 ล้านดอลลาร์ (+15.9%)
2024 837 ล้านดอลลาร์ (+1.8%)
2025 915 ล้านดอลลาร์ (+9.3%)

กำไร/ขาดทุนสุทธิ
2020 ขาดทุน 29 ล้านดอลลาร์
2021 ขาดทุน 128 ล้านดอลลาร์
2022 ขาดทุน 141 ล้านดอลลาร์
2023 ขาดทุน 36 ล้านดอลลาร์
2024 ขาดทุน 143 ล้านดอลลาร์
2025 ขาดทุน 45 ล้านดอลลาร์

*หมายเหตุ : งบปีของ MANU สิ้นสุดเดือน มิ.ย. ของทุกปี เช่น งบปี 2025 สิ้นสุดเดือน มิ.ย. 2025

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่า MANU สามารถทำรายได้ให้มีการเติบโตในทุกปีตั้งแต่ปี 2021 แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นขาดทุนทุกปี ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น

ทำไม MANU ยังไม่ล้มละลาย

1) รายได้สม่ำเสมอ

แม้ว่าสถานการณ์ในสนามอาจไม่ได้สม่ำเสมอทุกปี แต่ในมุมของผลประกอบการ รายได้ของ MANU ยังคงเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้จากข้อมูลรายได้ย้อนหลังในข้างต้น ซึ่งทำให้ยังคงมีเงินทุนเข้ามาใช้ในการดำเนินงานได้

2) การลงบันทึกสัญญานักเตะ

สโมสรฟุตบอลส่วนใหญ่มักจะมีรายการทางบัญชีที่เรียกว่า “ค่าตัดจำหน่าย” เป็นการลงบันทึกทางบัญชีเพื่อกระจายต้นทุนไปตามระยะเวลาการใช้งาน เนื่องจากนักเตะเป็นเหมือนสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าให้สโมสรได้

ตัวอย่างเช่น ซื้อนักเตะค่าตัว 50 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 5 ปี สโมสรจะลงบันทึกค่าตัดจำหน่ายเป็นปีละ 10 ล้านปอนด์ ตลอดสัญญา 5 ปี แทนที่จะลงบันทึกในงบกำไรขาดทุนว่าเป็นค่าใช้จ่ายในปีนั้นเต็มๆ 50 ล้านปอนด์

ทั้งนี้ ค่าตัดจำหน่ายเป็นรายการอยู่ในต้นทุนการดำเนินงานด้วย เมื่อการลงบัญชีส่วนนี้มีมูลค่าสูงขึ้น ก็จะฉุดให้ผลประกอบการออกมาเป็นขาดทุนสุทธิ ซึ่งไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานจริง

3) กำไรดำเนินงานยังเป็นบวก

การดูงบสโมสรฟุตบอลต้องดูตัวเลข EBITDA หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ซึ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานจริง

ในกรณีของ MANU จากงบปี 2025 EBITDA อยู่ที่ 256 ล้านดอลลาร์ ปรับขึ้นจากปี 2024 ที่ระดับ 189 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานจริงยังสามารถทำกำไรได้อยู่ แต่เป็นเพราะการลงบัญชีทำให้ผลประกอบการออกมาเป็นขาดทุนสุทธิ

4) มีการเพิ่มทุน

MANU ได้เพิ่มทุนครั้งใหญ่เมื่อ Sir Jim Ratcliffe มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักร เข้าลงทุนในสโมสรเป็นวงเงินราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2024 และมีการลงทุนเพิ่มเติมจนปัจจุบันถือหุ้นในสโมสร 28.94% เป็นส่วนช่วยสโมสรยังคงมีเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการได้ตามปกติ

5) กระแสเงินสดเป็นบวก

กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ MANU เป็นบวกมาตลอด เพราะรายการค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ค่าตัดจำหน่าย หมายความว่าสโมสรยังมีเงินสดจริงเพื่อใช้ในการดำเนินงานและชำระหนี้ได้ตามปกติ

สรุป

การขาดทุนต่อเนื่อง 6 ปีติดต่อกันของ MANU มีสาเหตุหลักมาจากการลงบัญชีค่าตัดจำหน่ายจากการลงบัญชีเกี่ยวกับสัญญานักเตะ แต่ปัจจัยอื่นในการดำเนินกิจการของสโมสร ทั้งการทำรายได้ สภาพคล่อง และการชำระหนี้ ยังคงอยู่ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ดี การซื้อนักเตะด้วยค่าตัวมหาศาลในฤดูกาลนี้หมายถึงการลงบันทึกค่าตัดจำหน่ายจะกระจายไปอีกหลายปี เพราะฉะนั้น หากสโมสรคิดจะพลิกกลับมาทำกำไร ก็จำเป็นต้องบริหารงานให้ดีทั้งการซื้อขายนักเตะ รายได้จากผู้สนับสนุน การบริหารต้นทุน และต้องไม่ลืมสิ่งสำคัญที่สุดในการทำสโมสรฟุตบอล

คือเรื่องผลงานในสนาม

โพสต์ที่แนะนำ