ผลประกอบการของ NVIDIA (NVDA) เป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะบริษัทมีสถานะเป็นเบอร์หนึ่งมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดสหรัฐฯ และเป็นเหมือนตัวแทนให้เห็นภาพรวมของตลาดเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
การประกาศงบของ NVIDIA ในแต่ละครั้งมีผลกระทบได้หลายทาง เช่น ผลกระทบต่อตัวบริษัทเอง ไปจนถึงบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกัน บริษัทคู่ค้า หรือบริษัทอื่นๆ ที่ทำเกี่ยวกับ AI อีกทั้งสามารถส่งสัญญาณบ่งบอกถึงภาพรวมและทิศทางของตลาดในระยะต่อไปได้ด้วย
จากผลประกอบการไตรมาสล่าสุด NVIDIA ในฐานะผู้กุมชะตาตลาดหุ้น ส่งสัญญาณบ่งบอกอะไร และมีผลอย่างไรบ้าง
หาคำตอบได้ที่นี่
ผลประกอบการ NVIDIA
สรุปจากผลประกอบการของ NVIDIA รอบล่าสุด ไตรมาส 3/2026 (เดือน ส.ค.-ต.ค. 2025) มีรายได้อยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์ (+62% YoY) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 3.19 หมื่นล้านดอลลาร์ (+65% YoY)
หากแบ่งรายได้ตามหมวดหมู่ แบ่งได้เป็น
- Data Center (สัดส่วนรายได้ 89%) มีรายได้ 5.12 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโต 66% เทียบปีที่แล้ว ด้วยแรงหนุนจากยอดขาย GPU รุ่น Blackwell ซึ่งออกแบบเมื่อเพื่อ AI โดยเฉพาะ และ GPU สำหรับคลาวด์ ซึ่งรายได้ส่วนนี้เองที่เป็นกำลังสำคัญในการเติบโตของ NVIDIA
- Gaming and AI PC (สัดส่วนรายได้ 8%) มีรายได้ 4.3 พันล้านดอลลาร์ เติบโต 30% เทียบปีที่แล้ว
- Professional Visualization (สัดส่วนรายได้ 1%) มีรายได้ 760 ล้านดอลลาร์ เติบโต 56% เทียบปีที่แล้ว
- Automotive and Robotics (สัดส่วนรายได้ 1%) มีรายได้ 592 ล้านดอลลาร์ เติบโต 32% เทียบปีที่แล้ว
นอกจากนี้ NIVIDIA ยังให้คาดการณ์รายได้ไตรมาสต่อไปอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (+/-2%) คิดเป็นการเติบโต 65% เทียบปีที่แล้ว
งบล่าสุดบอกอะไรถึงตลาด
- ภาพรวมการลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเติบโต เพราะการปรับขึ้นของยอดขาย NVIDIA มาจากความต้องการของลูกค้าที่ลงทุนเพื่อพัฒนา AI โดยลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทมีตัวอย่างเช่น Microsoft, Amazon, Alphabet และ Oracle
- NVIDIA ยังคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลในตลาด AI เพราะมีผลิตภัณฑ์ขั้นสูงตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะชิปรุ่น Blackwell ที่มียอดขายดีมากในไตรมาสที่ผ่านมา หมายความว่าหากบริษัทไหนจะลงทุนกับ AI ขั้นสูง ก็จำเป็นต้องพึ่งพาธุรกิจของ NVIDIA
- ความคาดหวังที่มีต่อ NVIDIA และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหุ้นต่อไป หลังจากงบและทิศทางของบริษัทยังคงออกมาดูดี โดยที่ผ่านมาความคาดหวังในการเติบโตของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง
- ฟองสบู่ AI ที่เริ่มมีความกังวล ยังไม่เกิดในเวลานี้ เพราะในช่วงที่ผ่านมารายได้และกำไรของบริษัทสามารถเติบโตได้จริง แต่อย่างไรก็ดี ต้องดูในระยะยาวว่าการทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับ AI จะคุ้มค่าและสร้างการเติบโตของบริษัทได้จริงหรือไม่ ถึงจะตอบได้ว่าฟองสบู่ AI จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่


