“เกลียดใครให้ยุให้ทำร้านอาหาร” ประโยคคลาสสิกที่หลายคนน่าจะเคยได้ยิน เป็นการอธิบายภาพให้เห็นว่า การทำธุรกิจร้านอาหารเป็นเหมือนกับดับที่เอาไว้หลอกคนให้เข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วกลับพบว่าเป็นเหมือนสมรภูมิรบที่ใครหลงเข้ามาแล้วเป็นอันเหน็ดเหนื่อยแสนเข็ญไปทุกราย
ประโยคนี้ไม่ใช่แค่สะท้อนให้เห็นถึงอุตสาหกรรมร้านอาหารในไทยเท่านั้น เพราะในต่างประเทศก็มีหลายแบรนด์ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มากมายเช่นกัน เช่นในสหรัฐฯ มีตัวเลขจากสมาคมร้านอาหารพบว่า อัตราการปิดตัวของร้านอาหารทั่วไปในปีแรกจะอยู่ที่ระหว่าง 14-30%
ขณะที่รายใหญ่เองก็ใช่ว่าจะลอยตัว เพราะมีหลายแบรนด์ในเวลานี้กำลังเผชิญกับความท้าทายจนส่งผลกระทบถึงผลประกอบการและราคาหุ้น แม้ว่าจะเป็นร้านดังและมีสาขาจำนวนมากทั่วโลก
จะมีใครบ้าง หาคำตอบได้ที่นี่
ตัวอย่างแบรนด์ดังที่กำลังเผชิญความท้าทาย
Chipotle Mexican Grill (CMG): อาจไม่ใช่ร้านที่คนไทยรู้จัก แต่เชนดังจากสหรัฐฯ รายนี้เคยเป็นหุ้นดาวเด่นพุ่งแรงทำ All-Time High เมื่อปีที่แล้ว แต่กลายเป็นดาวร่วงในปีนี้ หลังราคาปรับลงแรงเกือบ 50% จากความกังวลเรื่องทิศทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมและการลดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่งผลให้บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์รายได้ในปีนี้
Domino’s Pizza (DPZ): นักลงทุนเริ่มกังวลกับทิศทางและการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันสูงในเชนร้านพิซซ่า เห็นได้จากกำไรสุทธิใน 2 ไตรมาสล่าสุดหดตัวเทียบปีที่แล้ว ขณะที่ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลงมาราว 7%
Yum! Brands (YUM): Pizza Hut หนึ่งในแบรนด์หลักของเครือ เสียมาร์เก็ตแชร์ในตลาดหลัก อีกทั้งมีปัญหาในการบริหารงานและแฟรนไชส์ส่งผลกระทบถึงการเติบโตของกำไรในไตรมาสล่าสุดหดตัว 8% เป็นตัวฉุดในผลประกอบการ ซึ่งยังเติบโตได้เพราะอีกสองแบรนด์อย่าง KFC และ Taco Bell
Starbucks (SBUX): ราคาหุ้นปีนี้ปรับตัวลงมาราว 10% โดยจากผลประกอบการปีล่าสุด สิ้นสุดเดือนก.ย. ปีนี้ ตัวเลข Same-Store Sales Growth (SSSG) ทั่วโลก ติดลบ 1% ขณะที่ SSSG ในโซนอเมริกาเหนือติดลบ 2% ส่วนตลาดจีนก็เผชิญปัญหาเสียส่วนแบ่งตลาดให้คู่แข่งท้องถิ่นจนต้องถอนธุรกิจออกมา
ทำไมอุตสาหกรรมอาหารถึงท้าทาย
- การแข่งขันสูง : ร้านอาหารเป็นอุตสาหกรรมที่มีผู้เล่นเข้ามาใหม่ได้ง่าย ใครๆ ก็เริ่มเปิดธุรกิจร้านอาหารได้ ทำให้มีการแข่งขันสูง
- การบริหารต้นทุน : เป็นปัจจัยที่ทำให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมีปัจจัยเช่น การบริหารควบคุมต้นทุนสินค้าและพนักงาน การบริหารต้นทุนดำเนินงาน แต่ทั้งหมดนี้ต้องมาพร้อมกับการรักษาคุณภาพและประสบการณ์ของลูกค้าที่จ่ายเงินเข้ามารับประทานอาหารด้วย
- พฤติกรรมผู้บริโภค : ความชอบหรือรสนิยมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น นิยมสั่งกลับบ้านช่วง COVID-19 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเน้นทานที่ร้านหลังคลายล็อค และเปลี่ยนมาเป็นประหยัดการใช้จ่ายมากขึ้น เช่นเดียวกับกระแสต่างๆ เช่น การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น
- ปัจจัยทางเศรษฐกิจ : การชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภคส่งผลกระทบถึงร้านอาหารได้ เพราะผู้บริโภคอาจเลือกทางที่ประหยัดกว่า เช่น การทำอาหารเอง หรือลดการใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น
สรุป
จากตัวอย่างข้างต้นคงพอเห็นภาพได้ว่าการแข่งขันเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับอุตสาหกรรมร้านอาหารทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่แบรนด์ใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน และการจะเป็นหัวแถวได้ ไม่ใช่แค่ทำยอดขายดีหรือเป็นกระแสดังในช่วงสั้นเท่านั้น แต่ต้องบริหารให้มีการเติบโตและกำไรได้ในระยะยาวด้วย


