เรียนรู้หุ้น Apple ตอน 2 กำไรไม่เติบโต แต่ทำไมราคาหุ้นยังขึ้นได้

เนื้อหา

หากให้นักถึงหุ้นใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ แน่นอนว่าหนึ่งในหุ้นที่ทุกคนจะต้องพูดถึงคงเป็น Apple เจ้าของแบรนด์ iPhone และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย

ด้วยความเป็นหุ้นใหญ่ เป็นเจ้าของเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน และเป็นเหมือนไอคอนแห่งสินค้าหรูหรา นักลงทุนทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าย่อมต้องให้ความสนใจอยู่แล้ว อีกทั้งมีสถานะเป็นหนึ่งในหุ้นสำคัญที่สุดอันดับต้นๆ ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “The Magnificent 7” หรือเป็นภาษาไทย “7 นางฟ้า” ซึ่งเป็นหุ้นที่มีอิทธิพลต่อตลาดสูงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แม้ตามหลักทั่วไปแล้วคนอาจคิดว่า หุ้นจะโตได้ ต้องเป็นเพราะกำไรดี หรือมีเงินปันผลน่าดึงดูด หรือนักลงทุนเชื่อมั่นในระยะยาวว่าจะเติบโตได้ในอัตราที่เร็ว แต่หลักนี้ใช้ไม่ได้กับ Apple เพราะอันที่จริงแล้ว การเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทเริ่มมีสะดุดแล้ว โดยเฉพาะกำไรที่ติดลบ 2 ปีติดต่อกัน

ย้อนดูการเติบโตของ Apple

การเติบโตของรายได้
2019 -2.0%
2020 +5.5%
2021 +33.3%
2022 +7.8%
2023 -2.8%
2024 +2.0%

การเติบโตของกำไร
2019 -7.2%
2020 +3.9%
2021 +64.9%
2022 +5.4%
2023 -2.8%
2024 -3.4%

แล้วเพราะอะไร ทำไมหุ้น Apple ถึงยังแกร่ง เป็นหนึ่งในหุ้นทรงอิทธิพลสูงสุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่ราคาหุ้นยังคงปรับขึ้นได้เรื่อยๆ และเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ไปแล้วเป็นครั้งแรกของปี 2025 แม้ผลประกอบการจะไม่เติบโต

หาคำตอบได้ที่นี่

สาเหตุที่ช่วยดันให้หุ้น Apple ยังไปต่อได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทใช้วิธี “ซื้อหุ้นคืน”

การซื้อหุ้นคืน คืออะไร แล้วทำไมถึงมีผลกับราคา

การซื้อหุ้นคืน (Stock Repurchase) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่บริษัทซื้อหุ้นของตัวเองกลับคืนมาจากกระดานหุ้นหรือผู้ถือหุ้นโดยตรง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น

ประโยชน์หลักๆ คือเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้นในรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่การจ่ายเงินปันผล ให้นักลงทุนเลือกได้ว่าจะขายหุ้นคืนบริษัทและทำกำไรเลย หรือจะถือไว้ต่อ อีกทั้งเป็นการบ่งบอกว่าบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน และยังสื่อถึงความเชื่อมั่นว่าบริษัทยังคงมั่นใจในธุรกิจของตัวเอง

ที่ผ่านมา Apple ซื้อหุ้นคืนไปแล้วเท่าไร

Apple ซื้อหุ้นคืนไปแล้วเป็นวงเงินประมาณ 7 แสนล้านดอลลาร์ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และในปีนี้เองบริษัทก็ได้เล่นใหญ่ ประกาศแผนซื้อหุ้นคืนเป็นวงเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์ เป็นครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์

หากเทียบให้เห็นภาพว่าเงินจำนวนนั้นมหาศาลขนาดไหน เมื่อวัดจากมาร์เก็ตแคปของบริษัทปัจจุบันที่ระดับ 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ วงเงินซื้อหุ้นคืน 7 แสนล้านล้านดอลลาร์ ก็คิดเป็นประมาณ 18%

ถ้าให้เทียบให้ใกล้ตัว ลองดูจากขนาดเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2024 มีมูลค่าอยู่ที่ 5.26 แสนล้านดอลลาร์

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเงินส่วนเกินที่ Apple นำมาซื้อหุ้นบริษัทตัวเอง

ด้วยปัจจัยนี้ ทำให้ผู้ถือหุ้นยังคงไม่ทิ้งหุ้น Apple เพราะหากมีการซื้อหุ้นคืนก็จะสามารถเลือกได้ว่าจะขายหุ้นให้บริษัทเพื่อทำกำไรในช่วงนั้นเลย โดยไม่ต้องรับเงินปันผล หรือจะถือไว้ต่อไปในระยะยาวก็ได้

ต่อให้กำไรบริษัทจะขึ้นบ้าง หรือลงบ้าง แต่หากบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้นยังพอใจกับผลตอบแทนที่ได้รับ หุ้นตัวนั้นก็ยังคงเป็นที่สนใจอยู่ดี

โพสต์ที่แนะนำ