BTS วงแบกค่าย HYBE จากห้องแถวสู่ Big 4 อาณาจักร 3 แสนล้าน

เนื้อหา

หากให้นึกถึงหุ้นกลุ่มบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก คงไม่มีใครเกิน HYBE (352820: KR) จากบริษัทที่เคยเกือบล้มละลายกลายเป็นอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่สุดใน Big 4 แห่งอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ และมีมูลค่าตลาดเหนือกว่าสามบริษัทที่เหลือรวมกัน

HYBE มูลค่าตลาด 15.83 ล้านล้านวอน (ประมาณ 344,000 ล้านบาท)

YG Entertainment มูลค่าตลาด 1.16 ล้านล้านวอน (ประมาณ 25,200 ล้านบาท)

SM Entertainment มูลค่าตลาด 2.28 ล้านล้านวอน (ประมาณ 49,600 ล้านบาท)

JYP Entertainment มูลค่าตลาด 2.37 ล้านล้านวอน (ประมาณ 51,500 ล้านบาท)

*ตัวเลขล่าสุดวันที่ 18 มี.ค. 2026

HYBE จะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่มีศิลปินระดับแม่เหล็กอย่าง BTS บอยแบนด์ 7 คนของเหล่า ARMY

ย้อนกลับไปช่วงตั้งไข่ HYBE หรือชื่อเก่า Big Hit Entertainment เป็นเพียงค่ายเพลงเล็กๆ ผู้ก่อตั้งก็คือ Bang Si-hyuk อดีตโปรดิวเซอร์มือทองจากค่าย JYP ซึ่งตัดสินใจออกมาเปิดค่ายตัวเองในปี 2005

ยุคแรกยังสู้ Big 3 (SM, YG และ JYP) ในเวลานั้นไม่ได้เลย และไม่มีเงินทุนโปรโมทศิลปินมากมาย โดยผลงานช่วงแรกมีศิลปินอย่าง 8Eight และ 2AM (ที่ดูแลร่วมกับ JYP)

แต่แล้วจุดเปลี่ยนเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ Bang Si-hyuk ประทับใจการแร็ปของ RM (Numjun) จึงดึงตัวมาร่วมค่าย เป็นสมาชิกคนแรกของ BTS และเป็นหัวหน้าวง

หลังจากนั้นค่ายก็ไปรวมสมาชิกคนอื่นมา มีทั้งสายแร็ปใต้ดิน (RM, Suga และ J-Hope) และสายร้อง-เต้น (Jin, Jimin, V และ Jungkook) จนครบวงเป็นสมาชิก 7 คน

ในช่วงนั้น Jungkook น้องเล็กของวงที่กลายมาเป็น “มักเน่ทองคำ” มีค่ายอื่นมารุมจีบ แต่สุดท้ายก็เลือกร่วมวง BTS เพราะประทับใจในตัว RM

ช่วงเป็นเด็กฝึกหัดก่อนเดบิวต์ สมาชิก BTS ต้องอยู่กันอย่างประหยัดสุดๆ อยู่ในห้องเช่าเดียวกัน และซ้อมหนักวันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

BTS เริ่มเดบิวต์ในปี 2013 เปิดตัวด้วยเพลง “No More Dream” ในลุคฮิปฮอป แต่ก็ยังไม่ดังมากเท่าไร และช่วงนั้นค่ายมีปัญหาหนี้สูง ถ้าอัลบั้มต่อไปไม่สำเร็จ ก็อาจต้องยุบวง

แต่จุดเปลี่ยนตลอดกาลของ HYBE และ BTS คือการตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางจากฮิปฮอปมาเป็นเพลงป็อป และออกเป็นอัลบั้ม The Most Beautiful Moment In Life ในปี 2015

จุดนี้ทำให้กราฟของวงเริ่มทะยานขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ ฐานแฟนด้อม ARMY ก็เป็นวงกว้างมากขึ้นไปถึงระดับโลก

เมื่อเปิดอัลบั้มต่อมาก็มีหลายเพลงขึ้นไปติดท็อปชาร์ตของเกาหลีใต้และหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐฯ จนเรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเต็มตัวแล้ว

ธุรกิจของ HYBE ก็ได้ประโยชน์เต็มๆ จากปรากฎการณ์ดังพลุแตกของ BTS เริ่มมีเงินทุนต่อยอดธุรกิจค่ายเพลงได้ 

ค่ายเพลงเกาหลีใต้จากที่เคยมีเพียงยักษ์ใหญ่ Big 3 ก็เปลี่ยนเป็น Big 4  

ต่อมาบริษัททำ IPO เข้าตลาดหุ้นในปี 2020 มูลค่าของบริษัททะยานขึ้นไปอีก จนสูงกว่า 3 บริษัทที่เหลือรวมกันแล้ว

รายได้ก็ของ HYBE ก็เติบโตขึ้นทุกปีหลังจากเข้าตลาด

2021 1.26 ล้านล้านวอน (+58% YoY)

2022 1.78 ล้านล้านวอน (+41% YoY)

2023 2.18 ล้านล้านวอน (+23% YoY)

2024 2.26 ล้านล้านวอน (+4% YoY)

2025 2.65 ล้านล้านวอน (+17% YoY)

ในช่วงแรก BTS เป็นตัวแบกของ HYBE ด้วยสัดส่วนรายได้ประมาณ 90% ของบริษัท

แต่ช่วงหลังเริ่มลดลงมาแล้ว โดยเฉพาะปี 2024 ที่ลดเหลือต่ำกว่า 20% เป็นครั้งแรก เพราะสมาชิก BTS เข้ากรม และศิลปินใหม่ในค่ายก็ทำรายได้เพิ่มขึ้น

สมาชิกของวง BTS ก็ได้รับหุ้น HYBE เป็นการตอบแทนที่พาบริษัทมาไกลได้ขนาดนี้ด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ HYBE ยังขยายธุรกิจไปถึงโซนอเมริกาด้วยการทุ่มกว่า 3 หมื่นล้านบาทเพื่อซื้อ Ithaca Holdings ซึ่งดูแลศิลปินตัวท็อปอย่าง Justin Bieber และ Ariana Grande

ไปจนถึงการซื้อค่าย Pledis Entertainment เจ้าของวง SEVENTEEN และ TWS ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในดีลที่คุ้มค่าที่สุดเพราะ SEVENTEEN มียอดขายถล่มทลายเป็นอันดับ 2 ของค่าย

แต่แล้วจุดทดสอบสำคัญของ HYBE ก็มาถึง เมื่อสมาชิกของ BTS เริ่มทยอยเข้ากรมรับใช้ชาติช่วงปี 2022 และ 2023 ซึ่งหมายความว่ากว่าจะออกมาจนครบวงได้ก็ต้องรอไปถึงปี 2025

ช่วงนั้นมีคำถามว่า HYBE จะทำอย่างไร รายได้ของบริษัทจะเติบโตอย่างไรเมื่อแม่เหล็กสำคัญอย่าง BTS ไม่อยู่ครบวง 

แต่ HYBE ก็แก้เกมด้วยการให้สมาชิกแต่ละคนออกผลงานเดี่ยว ซึ่งประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์อีกแม้ไม่ครบวง

Jungkook น้องเล็กที่เข้ากรมช้าสุด ออกอัลบั้มเดี่ยว กลายเป็นศิลปินเดี่ยว K-Pop ที่มียอดสตรีมสูงสุด

ส่วนคนอื่นอย่าง V, Jimin, SUGA, RM และ J-Hope ก็ทำอัลบั้มเดี่ยวตามแนวทางเฉพาะตัว และช่วยประคองให้รายได้ของ HYBE ยังคงเติบโตได้

แต่ในช่วงนั้นบริษัทก็มีกระแสดราม่าและประเด็นร้อนจากการบริหารงานภายในอยู่พอสมควร

เช่นเรื่องประเด็นขัดแย้งกับ Min Hee-jin อดีต CEO ค่าย ADOR และประเด็นธรรมาภิบาลและการขายหุ้นของคนภายในบริษัทอีกหลายเรื่อง

เรื่องเอกสารลับอื้อฉาวว่าไปวิจารณ์รูปลักษณ์ของไอดอลค่ายอื่น ทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์มาก เพราะ BTS ทำไว้ดีจากการเป็นแรงบันดาลใจและเหมือนเป็นทูตให้คนรุ่นใหม่

เรื่องเสียงบ่นจาก RM หัวหน้าวง BTS วิจารณ์ค่ายว่าบริหารไม่ดี ทำให้แผนกลับมารวมตัวล่าช้า จากที่ควรจะคัมแบ็คเต็มวงได้ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว ต้องเลื่อนมาถึงปีนี้

จากหลายปัญหานี้ หากจะบอกว่าที่ผ่านมา HYBE มาได้ไกลขนาดนี้เป็นเพราะได้ตัวแบกอย่าง BTS ก็คงไม่ผิดนัก

เพราะแค่กลับมารวมตัวครบวง ประกาศแผนทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2026 ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า ARMY ที่ตั้งตารอคอยมาหลายปี

ทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนว่า BTS ยังคงเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดและเป็นผู้พา HYBE มาถึงจุดนี้ได้ แม้จะแยกย้ายกันไปเข้ากรม และเกิดปัญหาภายในบริษัทมากมาย

โพสต์ที่แนะนำ