ถ้าเคยดูหนังเกี่ยวกับการเงิน ตลาดหุ้น คุณอาจจะสะดุดตากับภาพพนักงานนั่งจ้องหน้าจอสีดำที่เต็มไปด้วยตัวเลขเต็มไปหมดและกราฟที่ดูซับซ้อน พร้อมคีย์บอร์ดที่มีปุ่มสีสันแปลกตา
นั้นอาจจะเป็น Bloomberg Terminal โปรแกรมการเงินที่ช่วยสำหรับการหาข้อมูลด้ารการเงินต่างๆ ที่เห็นได้ในสถาบันการเงินชั้นนำทั่วโลก
แล้วจริงๆ มันคืออะไร ทำไมบริษัทการเงินถึงต้องยอมจ่ายเงินหลักล้านบาททุกปี
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1981 เมื่อ Michael Bloomberg นักการเงินที่ต้องออกจากงานกะทันหันหลังจากบริษัทเดิมถูกซื้อกิจการไป พร้อมเงินชดเชยสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นเงินมหาศาล
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปีใน Wall Street เขาเห็นปัญหาที่ยังไม่มีใครแก้ วิธีการหาข้อมูลที่รวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือ
ในยุคที่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังเป็นเรื่องไกลตัว การหาข้อมูลธุรกิจที่เชื่อถือได้และอัปเดตแบบเรียลไทม์เป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก
เขาจึงตัดสินใจนำเงินก้อนนั้นมาสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้คนการเงินหาข้อมูลได้จบในที่เดียวเกิดขึ้นมาเป็น Bloomberg Terminal
โดย Bloomberg Terminal รุ่นแรกทำงานเป็นระบบคอมพิวเตอร์ปิดที่เชื่อมต่อผ่านสายสัญญาณส่วนตัวเพื่อส่งข้อมูลการเงินแบบ Real-time
มีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งตรงระบบประมวลผลในตัวที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถคำนวณค่าทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน ได้ทันทีบนหน้าจอ ผ่านการควบคุมด้วยคีย์บอร์ดที่ออกแบบมาเฉพาะพร้อมปุ่มลัดแยกตามประเภทสินทรัพย์ ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการหาข้อมูลจากกระดาษหรือโทรศัพท์
ด้วยบริการที่ยังไม่มีใครทำได้ในตลาด ทำให้บริษัทการเงินขนาดใหญ่อย่าง Merrill Lynch เป็นลูกค้ารายแรกที่สั่งซื้อทีเดียว 22 เครื่อง สร้างชื่อเสียงให้กับบริษัทจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Bloomberg Terminal กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรม
ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน Bloomberg Terminal กว่า 350,000 คนทั่วโลก เป็นกลุ่มสถาบันการเงินขนาดกลาง-ใหญ่เป็นหลัก แม้ค่าบริการจะสูงถึงประมาณ 32,000 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 1.1 ล้านบาท) และหน้าตาโปรแกรมแทบไม่ต่างจากเวอร์ชันปี 1982 แต่บริษัทต่างๆ ยังยินดีจ่าย
จากจุดแข็งที่ทำให้ข้อมูลของทั้งบริษัทใช้เหมือนกัน ในโลกการเงิน ตัวเลขที่ต่างเพียง 0.01% อาจหมายถึงเงินมหาศาล การที่ทุกคนในออฟฟิศใช้ฐานข้อมูลชุดเดียวกัน ช่วยลดความผิดพลาดในการประสานงาน
และข้อมูลเหล่านี้ เป็นข้อมูลที่เก็บไว้มากกว่า 40 ปี Bloomberg เก็บข้อมูลราคาและสถิติต่างๆ มายาวนานจนมีชุดข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในโลก สามารถนำข้อมูลในอดีตมาใช้วิเคราะห์แนวโน้มของอนาคตได้
และถึงแม้หน้าจอจะดูใช้ยากในช่วงแรก แต่เมื่อใช้เป็นแล้ว คำสั่งต่างๆ ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้เร็วกว่าการใช้เมาส์คลิกบนโปรแกรมสมัยใหม่หลายเท่า
ในปี 1989 บริษัทเห็นว่ามีข้อมูลมหาศาลไหลผ่านโปรแกรมทุกวัน แต่ข้อมูลเหล่านั้นยังขาดคนที่จะมาเล่าเรื่องให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย
จึงเป็นที่มาของ Bloomberg News สำนักข่าวที่เน้นความกระชับ ถูกต้อง และเจาะจงเฉพาะตัวเลขที่ส่งผลต่อตลาด ซึ่งสำนักข่าวนี้สะท้อนตัวตนความเป็นนักการเงินของบริษัท Bloomberg ได้เป็นอย่างดี
แม้คู่แข่งจะพยายามทำโปรแกรมที่ราคาถูกกว่า หรือหน้าตาสวยงามกว่า แต่ Bloomberg Terminal ยังคงเป็นที่ต้องการของบริษัทการเงินจำนวนมาก เพราะสิ่งที่พวกเขาขายไม่ใช่แค่โปรแกรมการเงินทั่วไป แต่คือความน่าเชื่อถือและที่การันตีว่าข้อมูลที่อยู่ตรงหน้านั้นถูกต้องที่สุด


