“คลอดฟรีทั้งแผ่นดิน” ศึกษานโยบายปั๊มลูกของจีน เมื่อชาติต้องการเด็กเกิดใหม่

เนื้อหา

จีนเคยมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษเพราะนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ

ย้อนไปช่วงทศวรรษ 1950 ช่วงที่เพิ่งสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยอดีตประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตง จีนมองว่าแรงงานคือพลังที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงรณรงค์ให้คนมีลูก

ภายในเวลาไม่กี่ทศวรรษ จำนวนประชากรจีนเพิ่มจาก 500 ล้านคน เป็นเกือบ 1,000 ล้านคน

อย่างไรก็ดี จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกลับกลายเป็นปัญหา บวกกับการจัดการทรัพยากรในประเทศที่ไม่ดีพอ ทำให้จีนเคยประสบภาวะอดอยากครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ล้านคน

เมื่อจีนเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของ เติ้ง เสี่ยวผิง นโยบายต่อประชาชนเริ่มเปลี่ยนไปเป็นเข้มงวดมากขึ้น และผลักดันนโยบายลูกคนเดียวอย่างจริงจังในระดับชาติในปี 1980 โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น

  • จำกัดให้หนึ่งครอบครัวมีลูกได้เพียง 1 คน (มีข้อยกเว้นได้บางกรณี) หากเกินกว่านี้จะมีค่าปรับ
  • ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจจะถูกไล่ออกหากมีลูกมากกว่า 1 คน
  • มีตำรวจตรวจการตั้งครรภ์ หากพบหญิงตั้งครรภ์คนที่สองโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจบังคับให้ทำแท้งได้

ด้วยมาตรการและบทลงโทษที่เข้มงวดทำให้คนมีลูกน้อยลง การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจึงเริ่มชะลอตัวลง

ในช่วงที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จีนมีเด็กเกิดใหม่ปีละมากกว่า 20 ล้านคน และคาดว่ามีบางปีถึงหลัก 30 ล้านคน

ช่วงทศวรรษ 1980 จำนวนเด็กเกิดใหม่ในจีนเริ่มลดมาเหลือที่ประมาณปีละ 18-20 ล้านคน และช่วงทศวรรษที่ 2000 ก็ลดลงมาเหลือประมาณปีละ 17 ล้านคน ก่อนที่ช่วงทศวรรษ 2010 จะลดลงเหลือประมาณปีละ 15 ล้านคน

แม้ว่าจำนวนประชากรของจีนยังเพิ่มขึ้นอยู่บ้าง และเริ่มแตะหลักพันล้านคนตั้งแต่ช่วงกลางทศวรษ 1980 แต่จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ และสัดส่วนผู้สูงอายุที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้เริ่มมีความกังวลต่อภาพรวมและผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

ทางการจีนจึงเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการมีลูกที่เคยเข้มงวด และสิ้นสุดนโยบายลูกคนเดียวตั้งแต่ปี 2016 ด้วยความหวังว่าจะช่วยให้คนเริ่มมีลูกกันมากขึ้น

อย่างไรก็ดี แนวโน้มเด็กเกิดใหม่ของจีนกลับลดลงต่อเนื่อง จนเหลือ 10 ล้านคนในปี 2021 และจากนั้นมาก็ไม่มีปีไหนที่ถึงหลัก 10 ล้านคนอีกเลย

ทำให้ทางการต้องเริ่มนโยบายกระตุ้นการมีลูกรอบใหญ่ในระยะหลัง เช่น

  • อุดหนุนเงินช่วยค่าเลี้ยงดู 3,600 หยวน (ประมาณ 16,000 บาท) ต่อปี จนกว่าเด็กจะมีอายุครบ 3 ขวบ เป็นการอุดหนุนในระดับเป็นเทศเป็นครั้งแรก
  • เพิ่มวงเงินหักลดหย่อนภาษีสำหรับค่าดูแลเด็กเล็กและค่าการศึกษาเป็น 2,000 หยวนต่อเดือนต่อคน (จากเดิม 1,000 หยวน)
  • เตรียมผลักดันนโยบาย “คลอดฟรี” ทั้งประเทศ ภายในปี 2026 ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายตั้งแต่ฝากครรภ์ไปจนถึงคลอดจริง

ตัวอย่างดังกล่าวเป็นแค่มาตรการในระดับชาติ เพราะความจริงแล้วยังมีรัฐบาลท้องถิ่นที่ออกมาตรการจูงใจให้คนมีลูกอีกเช่นกัน เช่น

  • มองโกเลียในอุดหนุนสำหรับการมีลูกคนแรกปีละ 10,000 หยวน คนที่สองปีละ 10,000 จนถึง 5 ปี และคนที่สามปีละ 10,000 จนถึง 10 ปี 
  • เซี่ยงไฮ้มีเงินอุดหนุนสมรสครั้งแรก 80,000 หยวน และอุดหนุนค่าคลอดบุตรสูงสุด 120,000 หยวน
  • หลายมณฑลขยายวันลาคลอดเพิ่มเติม จากมาตรฐานเดิม 98 วัน เพิ่มเป็น 120-170 วัน ตามแต่ละพื้นที่

จากมาตรการต่างๆ จะเห็นได้ว่า จีนมีความพยายามที่จะกระตุ้นให้คนมีลูกอย่างจริงจังทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เป็นตัวอย่างว่าถ้าจะทำ ต้องทำให้จริงจังด้วยมาตรการที่ชัดเจนและแนวทางที่จับต้องได้จริง 

แต่อย่างไรก็ดี มีสิ่งหนึ่งที่อาจจะแก้ได้ยาก และไม่แน่ว่าจะแก้ได้หรือไม่ คือความคิดและทัศนคติของคนที่ให้ความสำคัญกับการมีลูกน้อยลง จนเหมือนฝังรากลึกไปแล้ว

โพสต์ที่แนะนำ