“หวย” เกมที่ผู้เล่นเสียเปรียบ แต่คนไทยยังพร้อมใจกันเล่น ช่วยหนุนกองสลากครองแชมป์หน่วยงานส่งรายได้เข้ารัฐสูงสุด

เนื้อหา

“หวย” หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการเสี่ยงดวงที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน

มีตัวเลขว่าคนไทยเล่นหวยประมาณ 28 ล้านคนหรือคิดเป็นเกือบครึ่งประเทศเลยทีเดียว

แม้เป็นการเสี่ยงดวงที่เสียเปรียบในเชิงคณิตศาสตร์และหลักความเป็นไปได้ แต่คนไทยก็ยังเล่นหวยอยู่ดี

ตัวอย่างเช่น รางวัลเลขท้าย 2 ตัว มีความเป็นไปได้ที่จะออก 100 เลข (00-99) 

สมมติว่าเราซื้อเหมาทุกเลข ในราคาใบละ 80 บาท เป็นเงิน 8,000 บาท เมื่อรางวัลออก จะมีเลขถูกรางวัล 1 ใบ ได้รางวัล 2,000 บาท

เท่ากับว่าผู้เล่นได้รางวัลเพียง 2,000 บาท จากการลงทุน 8,000 บาท

ยิ่งเป็นเลขท้าย 3 ตัว ยิ่งเสียเปรียบในมุมของผู้เล่น

สมมติว่าซื้อเหมาทุกเลข (00-999) ในราคาใบละ 80 บาท เป็นเงิน 80,000 บาท เมื่อออกรางวัล จะมีเลขถูกรางวัล 2 ใบ ได้รางวัล 8,000 บาท (รางวัลใบละ 4,000 บาท x 2 รางวัล)

เท่ากับว่าผู้เล่นได้รางวัลเพียง 8,000 บาท จากการลงทุน 80,000 บาท

หรือถ้าสามารถกวาดซื้อหวยได้ครบทุกเลข (000000-999999) จำนวน 1 ล้านใบ เป็นเงิน 80,000,000 บาท

เมื่อถูกทุกรางวัล ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ไล่ลงมาทุกรางวัลจนถึงรางวัลเลขท้าย 2 ตัว จะได้รับรางวัลรวมทั้งหมดเป็น 12,018,000 บาท 

ไม่ว่าจะเป็นรางวัลเล็กหรือรางวัลใหญ่ ในมุมของผู้เล่น หวยก็เป็นการเสี่ยงดวงในเกมที่เสียเปรียบเหมือนกันหมด

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะต้องมองในมุมของผู้ขาย ซึ่งก็คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 

สลากกินแบ่งรัฐบาลก่อตั้งขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือนำส่งรายได้กลับเข้าสู่รัฐเพื่อนำไปใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ และมีการกำหนดจัดสรรรายได้จากกาการขายสลากอย่างชัดเจน แบ่งเป็น

60% เป็นเงินรางวัล

23% เป็นเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน

12% เป็นส่วนลดให้ผู้แทนจำหน่าย

3% เป็นเงินบริหารของสำนักงาน

2% เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานสมาคม องค์กร และจังหวัด

จากทั้งในเชิงสถิติและด้วยโครงสร้างของกองสลากที่ต้องนำเงินไปกระจายตามส่วนต่างๆ ทำให้การซื้อหวยเป็นการเสี่ยงดวงที่ผู้เล่นเสียเปรียบมาก

หากเปลี่ยนจากการใช้เงินซื้อหวยเป็นการเก็บออมหรือนำไปลงทุน ยังมีโอกาสต่อยอดเงินหรืออย่างน้อยก็รักษาเงินต้นไว้ได้

แล้วรายได้ของกองสลากเป็นอย่างไร

ย้อนดูผลประกอบการของกองสลาก 5 ปีหลังสุด อิงตามงบการเงินสิ้นสุดในเดือน ก.ย.

รายได้

2019 1.54 แสนล้านบาท

2020 1.44 แสนล้านบาท

2021 1.68 แสนล้านบาท

2022 1.68 แสนล้านบาท

2023 1.69 แสนล้านบาท

2024 1.74 แสนล้านบาท

กำไรสุทธิ

2019 6.06 พันล้านบาท

2020 5.74 พันล้านบาท

2021 6.22 พันล้านบาท

2022 6.65 พันล้านบาท

2023 6.75 พันล้านบาท

2024 7.04 พันล้านบาท

จากข้อมูลพบว่า รายได้ของกองสลากยังมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นในปี 2020 ขณะที่กำไรสุทธิก็ปรับขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน 

เป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังนิยมเล่นหวยอยู่ และอีกส่วนหนึ่งคือการจัดจำหน่ายทางออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้นด้วย

แล้วกองสลากนำส่งรายได้แผ่นดินปีละเท่าไร

จากข้อมูลของกองสลาก สรุปตัวเลขการนำส่งรายได้แผ่นดินย้อนหลังได้เป็น

2020 4.65 หมื่นล้านบาท

2021 2.11 หมื่นล้านบาท

2022 5.37 หมื่นล้านบาท

2023 4.85 หมื่นล้านบาท

2024 5.08 หมื่นล้านบาท

2025 5.42 หมื่นล้านบาท

กองสลากเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ครองแชมป์นำส่งรายได้แผ่นดินสูงสุดมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีล่าสุดมีการส่งเข้ารัฐประมาณ 5.42 หมื่นล้านบาท

หน่วยงานที่นำส่งรายได้แผ่นดินสูงสุดรองลงมา ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ปตท. และธนาคารออมสิน เป็นต้น

เท่ากับว่าหน่วยงานที่นำส่งรายได้แผ่นดินสูงสุดก็คือเม็ดเงินจากคนไทยที่พร้อมใจกันเล่นหวยนั่นเอง

การเล่นหวยอาจไม่ได้เป็นการเสี่ยงดวงที่คุ้มค่าที่สุดในมุมของผู้เล่น แต่อย่างน้อยก็ทำให้มีความสุขได้ในช่วงสั้นๆ ได้จินตนาการกันไปว่า ถ้าถูกหวยรางวัลที่ 1 ได้เป็นเศรษฐีใหม่ จะนำเงินไปซื้ออะไร หรือทำอะไรดี

ต่อให้ซื้อแล้วไม่ถูกรางวัลก็ยังมองในแง่ดีได้ ตามข้อความจากกองสลากว่า

“ผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ”

โพสต์ที่แนะนำ