กรณีศึกษาอิตาลี 80 ปี 70 รัฐบาล ฉุดเศรษฐกิจระยะยาว

เนื้อหา

อิตาลีเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองและการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง จนส่งผลกระทบถึงความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ

ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อิตาลีมีการจัดตั้งรัฐบาลมาแล้วประมาณ 70 ชุด ในรอบ 80 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยแล้วแต่ละชุดอยู่ในอำนาจเพียง 13 เดือน มีนายกรัฐมนตรีมาแล้วกว่า 60 คน

แค่นี้คงบ่งบอกได้ชัดเจนว่าปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของอิตาลีเป็นอย่างไรบ้าง

การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยส่วนหนึ่งเกิดจากภูมิทัศน์การเมืองของอิตาลีที่มีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมักจะไม่มีผู้ชนะได้ที่นั่งในสภาเกินครึ่งหนึ่ง จึงต้องมีการจับมือรวมกันระหว่างพรรคเพื่อตั้งเป็นรัฐบาล

อีกปัจจัยหนึ่ง คือการย้ายพรรคหรือการเปลี่ยนขั้วที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า หรือในบางครั้งอาจเป็นการจับมือระหว่างพรรคฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาตั้งรัฐบาลได้

เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลเกิดจากการรวมหลายพรรค ปัญหาที่ตามมาคือ บางครั้งอาจร่วมรัฐบาลไปแล้วเกิดมีปัญหาแตกต่างกันในมุมของนโยบายหรือการลงมติต่างๆ ทำให้เกิดการใช้กระบวนการสภา เช่น เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือกระบวนการบีบให้นายกฯ ลาออกเอง เพื่อเปลี่ยนตัวนายกฯ 

ตัวอย่างก่อนหน้านี้ ในยุคของนายกรัฐมนตรี Giuseppe Conte เคยเกิดกรณี 1 นายกฯ 2 รัฐบาล 

รัฐบาลชุดหนึ่ง ระหว่างเดือน มิ.ย. 2018-ก.ย. 2019 และรัฐบาลชุดสอง เดือน ก.ย. 2019-ก.พ. 2021

สาเหตุที่รัฐบาลชุดหนึ่งอยู่สั้นขนาดนี้ได้ เป็นเพราะ Matteo Salvini ผู้นำพรรค The League ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจในคะแนนนิยมของตัวเอง และจะเลื่อยขา Conte ด้วยการลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งใหม่และลงชิงตำแหน่งนายกฯ ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี Five Star Movement พรรคร่วมรัฐบาลในเวลานั้น ซึ่งเป็นฝ่ายขวา และ Democratic Party พรรคฝ่ายซ้ายกลาง ไม่ต้องการให้จัดเลือกตั้งใหม่ จึงเกิดการจับมือข้ามขั้วตั้งรัฐบาลโดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ และขับ Salvini ออกไป โดยหนุนนายกฯ เป็นคนเดิม 

จากตัวอย่างนี้ เห็นได้ว่ารัฐบาลชุดแรกอยู่ได้เพียง 1 ปี 3 เดือน จบลงเพราะพรรคร่วมต้องการให้เกิดเลือกตั้งใหม่เพื่อชิงนายกเอง

ปัญหาของอิตาลีที่ยืดเยื้อมากว่า 8 ทศวรรษ ส่งผลกระทบถึงศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและเป็นปัญหาสำหรับสหภาพยุโรป (EU) จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘The Bad Boy of Europe’ หรือเด็กดื้อแห่งยุโรป

จากปัญหาความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยครั้ง ตามมาด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจในหลายด้านด้วยกัน

เริ่มจากปัญหารัฐบาลอายุสั้น หรือรู้ตัวว่าอยู่ได้ไม่ยาว ก็จำเป็นต้องใช้นโยบายเร่งด่วนหรือเพื่อคะแนนเสียงเผื่อการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งหลายครั้งเป็นนโยบายแนวประชานิยม เพราะเห็นผลและจับต้องได้ง่ายสุด

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลไม่มั่นใจว่าจะอยู่ได้ยาวหรือครบวาระได้ตามมาด้วยปัญหาความไม่มั่นใจจากภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่กล้าลงทุนพัฒนาอะไรใหม่ๆ เช่น การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา และการลงทุนในเทคโนโลยี

ขณะที่รัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะดำเนินนโยบายที่ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล เช่น การปฏิรูประบบราชการและการศึกษา

ปัญหาทั้งหมดที่ว่ามาทำให้อิตาลีเจอปัญหาใหญ่ คือ การคลัง และหนี้สาธารณะ

จากปัญหาเรื่องรัฐบาลอายุสั้นที่ต้องเร่งใช้นโยบายที่ได้ผลเร็ว รวมถึงนโยบายประชานิยม ทำให้ไม่สามารถคุมวินัยการคลังได้

อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูงสุดใน EU ด้วยสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ที่เคยทะยานทะลุหลัก 150% ในช่วงก่อน COVID-19 ก่อนจะเริ่มปรับลงมาในช่วงหลัง อยู่ที่ 135% ในปี 2024

ขณะที่การเติบโตของ GDP อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม EU ตั้งแต่ปี 1990 และล่าสุดมีตัวเลข GDP Per Capita เติบโตช้าจนอยู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ EU ตั้งแต่ปี 2015

สถานการณ์ของอิตาลีในปัจจุบันต้องบอกว่าค่อนข้างนิ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน Giorgia Meloni อยู่ในตำแหน่งมาแล้วนานถึง 3 ปี ด้วยแรงหนุนจากพรรคร่วมค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะเป็นการจับกลุ่มของฝ่ายขวาจัดและขวากลาง

ขณะที่สถานการณ์การคลังก็เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น จากตัวเลขหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่เริ่มปรับลงตามที่กล่าวไว้ข้างต้น จากการดำเนินนโยบายลดการขาดดุลงบประมาณให้อยู่ในกรอบ 3%

จากความไม่แน่นอนนอนทางการเมืองตลอด 80 ปี กับรัฐบาลกว่า 70 ชุด อิตาลีเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาการเมืองที่ฝังรากลึกมีผลกระทบถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในหลายด้าน

การเปลี่ยนรัฐบาลบ่อยๆ หรือรัฐบาลอายุสั้น เป็นปัญหาหลักที่ฉุดการพัฒนาในระยะยาว เพราะทำให้รัฐบาลต้องคิดถึงผลงานตัวเองเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงระยะยาว

ทุกฝ่าย ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนต้องมาลุ้นกันปีต่อปี หรือสมัยต่อสมัย ว่าพรรคไหนขึ้นเป็นรัฐบาลแล้วจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะมีผลกระทบอย่างไร และจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองหรือไม่

จนกว่าจะมีการปรับเปลี่ยนทางโครงสร้างได้อย่างแท้จริง

#MarketeerMoney #ยุบสภา

โพสต์ที่แนะนำ