บทเรียน “ระบบล่ม” ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

เนื้อหา

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตโดดเด่นและสร้างผลตอบแทนมหาศาลให้นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แต่หลายครั้งหุ้นกลุ่มนี้ก็สามารถปรับตัวลงอย่างกะทันหันและสร้างความเจ็บปวดให้นักลงทุนได้เช่นกัน เพียงแค่เกิดเหตุการณ์ “ระบบล่ม”

ระบบล่มเป็นเหมือนของแสลงสำหรับหุ้นเทคโนโลยี เพราะปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร รู้ได้แค่เมื่อเกิดเหตุล่มจริงและมีความเสียหายจริงแล้วเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าแก้ไขได้เร็วหรือช้า และเกิดความเสียหากมากน้อยขนาดไหน

ปัญหานี้สามารถเกิดได้ทั้งบริษัทใหญ่และเล็ก ไม่เลือกว่าเป็นใคร ขอแค่มีการทำธุรกรรมทางออนไลน์ก็สามารถล่มได้ทั้งนั้น โดยในอดีตมีตัวอย่างกรณีระบบล่มมาแล้วหลายครั้ง สร้างความเสียหายมาแล้วเป็นมูลค่ามหาศาล

มีตัวอย่างบริษัทไหนบ้างที่เคยระบบ และผลกระทบเป็นอย่างไร

หาคำตอบได้ที่นี่

ตัวอย่างกรณีระบบล่ม

ที่ผ่านมามีกรณีระบบล่มหลายครั้ง โดยขอยกตัวอย่างเฉพาะกรณีใหญ่หรือเกิดขึ้นกับธุรกิจใหญ่ ซึ่งกระทบถึงผู้ใช้จำนวนมากเท่านั้น โดยมีตัวอย่าง เช่น 

• Cloudflare (NET)

เกิดเหตุระบบล่มเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้และเซิร์ฟเวอร์ ช่วยให้เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น มีสัดส่วนประมาณเป็น 1 ใน 5 ของทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ล่มเพียงเพราะปัญหาเล็กน้อยในทางเทคนิค

ผลกระทบของ Cloudflare ทำให้หลายเว็บไซต์เข้าใช้งานไม่ได้ เช่น X และ ChatGPT แต่ความเสียหายยังอยู่ในวงจำกัด และกลับมาใช้งานได้ปกติในวันเดียวกัน เนื่องจากเป็นการล่มเพราะเหตุผลทางเทคนิคเกี่ยวกับการทำงานภายในองค์กร มีผลให้ราคาหุ้นร่วงเกือบ 3% ในการซื้อขายวันเดียวกัน

• Crowdstrike (CRWD)

หลายคนน่าจะจำกันได้กับเหตุการณ์จอฟ้า ในเดือน ก.ค. ปี 2024 มีต้นตอมาจาก Crowdstrike ซึ่งทำระบบดูแลความปลอดภัยให้บริษัทซอฟต์แวร์ เกิดการผิดพลาดที่ระบบภายใน กระทบเป็นวงกว้าง นับเป็นหนึ่งในการล่มของระบบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผลทั้งคอมพิวเตอร์ระบบ Windows และกระทบไปถึงหลายธุรกิจ เช่น สายการบิน บริการทางการเงิน และโรงพยาบาล

ผลจากการล่มครั้งนั้นส่งผลกระทบถึง CRWD พอสมควร ฉุดราคาหุ้นร่วงประมาณ 11% ในวันที่ระบบล่ม อีกทั้งมีปัญหาในการทำรายได้ เนื่องจากมีลูกค้าบางรายระงับการซื้อบริการอีกด้วย

• Meta Platforms (META)

Facebook แพลตฟอร์มที่ทุกคนต้องใช้ เคยล่มครั้งใหญ่ประมาณ 6 ชั่วโมงจากความผิดพลาดทางเทคนิคในเดือน ต.ค. ปี 2021 ฉุดราคาหุ้นปรับลงเกือบ 5% ในวันที่ล่ม

ผลกระทบจากการล่มทำให้ Meta สูญเสียรายได้ค่าโฆษณาไปอย่างน้อย 60-100 ล้านดอลลาร์ และทำให้ความมั่งคั่งของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง ลดลงไปราว 6 พันล้านดอลลาร์

• UnitedHealth (UNH)

บริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ของสหรัฐฯ อาจไม่ได้เป็นธุรกิจซอฟต์แวร์เหมือนหุ้นอื่น แต่เคยเกิดกรณีระบบล่มจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ในเดือน ก.พ. 2024 มีผลกระทบหลายทาง เช่น การดำเนินธุรกิจ ค่าไถ่คืนระบบ และการสำรองเงินล่วงหน้าให้กับสถานพยาบาล

UnitedHealth ระบุว่า ความเสียหายจากการโจมตีสร้างความเสียหายให้กับบริษัทมากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ นับรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบ และการเสียโอกาสทางธุรกิจในรูปแบบเสียรายได้และการจัดเก็บรายได้เข้าบริษัท ไม่นับรวมกับภาพลักษณ์บริษัทที่เสียหายด้วยเช่นกัน

ทำไมเรื่องระบบล่มถึงเป็นปัญหาสำคัญ

1) ความเสียหายต่อธุรกิจ

เมื่อเกิดการล่มหรือหยุดชะงักของระบบ ย่อมเกิดความเสียหายตามมา เช่น สูญเสียโอกาสทำรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยหากสามารถแก้ไขได้เร็วและไม่กระทบมาก ก็อาจไม่ได้มีผลต่อบริษัทมากนัก

อย่างไรก็ดี หากผลกระทบเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง เช่นกรณีจอฟ้าจาก Crowdstrike บริษัทจะได้รับผลกระทบมากกว่า หรือกรณีเป็นการโจมตีไซเบอร์เช่น UnitedHealth บริษัทไม่สามารถควบคุมผลกระทบได้เลย ทำได้เพียงแก้ไขตามมาเท่านั้น

2) ความเชื่อมั่น

ความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ที่ถือข้อมูลและธุรกรรมต่างๆ ของลูกค้า และถ้าหากเผชิญปัญหาที่กระทบถึงความเชื่อมั่นก็อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการของคู่แข่งแทนได้

3) ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้า

ปัญหาระบบล่มสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และเกิดได้ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก หากไม่นับการปิดปรับปรุงตามปกติ การเกิดระบบล่มเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ล่วงหน้า และจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อระบบล่มไปแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะรับมือและจัดการปัญหาได้ดีและเร็วแค่ไหน

โพสต์ที่แนะนำ