รู้จักหุ้น IMAX ผู้อยู่เบื้องหลังโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียม ที่มีรายได้มากกว่าปีละ 1 หมื่นล้านบาท แม้ว่ายุคปัจจุบันการดูผ่านแพลตฟอร์มสตริมมิงจะเป็นทางเลือกหลักของผู้บริโภคไปแล้ว
จุดเริ่มต้นของ IMAX มาจากการก่อตั้งบริษัทในปี 1967 เพื่อเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอฉายภาพขนาดใหญ่
ที่มาของการตั้งบริษัทเป็นเพราะในยุคสมัยนั้นเทคโนโลยีหน้าจอภาพยนตร์ยังเป็นแบบการใช้หลายจอต่อกัน ทำให้เกิดปัญหาสะดุดหรือปัญหาทางเทคนิค
จึงเกิดเป็นความคิดที่จะทำจอขนาดใหญ่แบบไร้รอยต่อและคุณภาพความคมชัดกว่าเดิมด้วยระบบฟิล์ม 70 มม. ส่วนการฉายภาพยนตร์แบบทั่วไปจะเป็นฟิล์ม 35 มม.
ผลิตภัณฑ์ของ IMAX มีทั้งกล้องอัดคุณภาพสูง ไปจนถึงระบบฉายภาพที่ทำให้ภาพคมชัดกว่าทั่วไปในเวลานั้น แต่ก็แลกมาด้วยต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง
ในช่วงแรก กล้องของ IMAX ใช้ในการถ่ายสารคดีเป็นหลัก ส่วนระบบฉายก็ติดตั้งอยู่ตามสถานที่จัดงานแสดงและพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก แต่ก็เริ่มมีการใช้งานฉายภาพยนตร์อยู่บ้าง
IMAX เริ่มเข้าสู่วงการจอภาพยนตร์ได้เต็มตัวเมื่อบริษัทพัฒนาเทคโนโลยี DMR (Digital Media Remastering) ในปี 2002
DMR ระบบที่ทำให้ภาพยนตร์ที่อยู่ในรูปแบบฟิล์ม 35 มม. สามารถเข้าเครื่องฉายผ่านระบบของ IMAX
เท่ากับว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ใช่ฟิล์มแบบเก่าสามารถผ่านระบบ DMR เพื่อมาฉายผ่านระบบของ IMAX ได้แล้ว โดยเรื่องแรกที่ใช้ระบบนี้คือ Apollo 13
หลังจากนั้น IMAX ก็เริ่มจับมือกับผู้ผลิตภาพยนตร์และโรงฉายมากขึ้น ธุรกิจของบริษัทกับโรงภาพยนตร์ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นนับตั้งแต่มีระบบ DMR
IMAX เป็นที่ยอมรับในการถ่ายทำภาพยนตร์มากขึ้นเมื่อ Christopher Nolan ผู้กำกับชื่อดัง ใช้ระบบกล้อง 70 มม. ในการถ่ายทำเรื่อง The Dark Knight ในปี 2008 ซึ่งต่อมาก็ใช้ในการถ่ายทำเรื่อง Oppenheimer ในปี 2023
หลังจากนั้น เทคโนโลยีของ IMAX ก็ยังพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับเทคโนโลยีถ่ายทำภาพยนตร์เป็นแบบ IMAX Digital ประเดิมจากเรื่อง Avengers: Infinity War ในปี 2018
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีจอภาพยนตร์ระดับ 4K แบบเลเซอร์ ซึ่งคมชัดกว่าเดิมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
จากจุดเริ่มต้นเป็นจอภาพขนาดใหญ่ กล้องคมชัดสูงที่นิยมใช้ถ่ายทำสารคดี สู่จอฉายในภาพยนตร์ และระบบถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีความคมชัดสูง ทำให้ IMAX กลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรับชมภาพยนตร์ที่คมชัดและสมจริงในยุคปัจจุบัน
ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้จะดูยิ่งใหญ่ มีการร่วมมือกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง และเป็นระบบที่อยู่ตามโรงหนังใหญ่ แต่ความจริงแล้ว มาร์เก็ตแชร์ของ IMAX มีอยู่เพียง 1% จากจอภาพยนตร์ทั้งหมดทั่วโลก
ขณะที่ภาพยนตร์ทั่วโลกที่ทำฉายในโรงภาพยนตร์ด้วยระบบ IMAX มีอยู่เพียงประมาณ 4% ตามข้อมูลในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะต้นทุนสำหรับการติดตั้งจอ IMAX ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนทั้งการติดตั้งและการดำเนินงาน ไปจนถึงข้อจำกัดด้านสถานที่
อย่างไรก็ดี หากโรงภาพยนตร์ไหนที่มีระบบ IMAX ก็สามารถตั้งราคาได้สูงกว่าโรงแบบทั่วไป
ทำให้ IMAX ยังคงเป็นระบบที่จำเป็นสำหรับภาพยนตร์และโรงฉายที่ต้องการเสนอบริการรับชมระดับพรีเมียม
ปัจจุบัน ธุรกิจของ IMAX มีรายได้จาก 2 ช่องทาง แบ่งเป็น
1) ธุรกิจผลิตภัณฑ์และบริหาร
เป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 55% ทำรายได้จากการติดตั้งจอและระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ มีทั้งรูปแบบขายและเช่า พร้อมกับบริการซ่อมบำรุง ไปจนถึงการร่วมลงทุนและแบ่งรายได้จากค่าบัตรเข้าชม
2) ธุรกิจภาพยนตร์
เป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่า ใรส่วนนี้รวมถึงระบบ DMR ที่คิดค่าบริการกับผู้ผลิตภาพยนตร์ ไปจนถึงการช่วยจัดจำหน่ายภาพยนตร์ เช่น การโฆษณาว่ามีฉายผ่าน IMAX และธุรกิจปล่อยเช่าเครื่องมือถ่ายทำภาพยนตร์
แล้วผลประกอบการของ IMAX เป็นอย่างไร
เทรนด์การรับชมภาพยนตร์ระดับพรีเมียมทำให้ระบบของ IMAX กำลังเป็นที่ต้องการของผู้ผลิตและโรงภาพยนตร์มากขึ้น เห็นได้จากรายได้ในผลประกอบการ 3
รายได้ภาพยนตร์ที่ฉายผ่าน IMAX ทั่วโลก ปรับขึ้น 50% เทียบปีที่แล้ว หมายความว่าภาพยนตร์ที่ออกสู่ชาวโลกได้เข้ามาอยู่ในระบบของ IMAX มากขึ้น
ขณะที่ระบบฉายภาพยนตร์ก็มียอดติดตั้งเพิ่มขึ้น 8% เทียบปีที่แล้ว และยังมียอดงานค้างอยู่อีก 478 งาน
แล้วผลประกอบการ IMAX ย้อนหลัง เป็นอย่างไร
รายได้
2020 137 ล้านดอลลาร์ (-65% YoY)
2021 255 ล้านดอลลาร์ (+86% YoY)
2022 301 ล้านดอลลาร์ (+18% YoY)
2023 375 ล้านดอลลาร์ (+24% YoY)
2024 352 ล้านดอลลาร์ (-6% YoY)
กำไรสุทธิ
2020 ขาดทุน 144 ล้านดอลลาร์
2021 ขาดทุน 22 ล้านดอลลาร์
2022 ขาดทุน 22 ล้านดอลลาร์
2023 กำไร 25 ล้านดอลลาร์
2024 กำไร 26 ล้านดอลลาร์ (+3% YoY)
จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า รายได้ของ IMAX ฟื้นตัวแล้วหลังพ้นช่วง COVID-19 มีเพียงปี 2024 ที่หดตัวลง ส่วนกำไรสุทธิก็กลับมาฟื้นตัวได้แล้วในปี 2023 และ 2024
แม้ไม่ได้เป็นธุรกิจใหญ่ ไม่ได้อยู่ในโรงภาพยนตร์ทุกแห่ง แต่เทคโนโลยีของ IMAX ทำให้การฉายภาพยนตร์ออกมาได้สมจริงกว่า มีความพรีเมียมกว่าระบบทั่วไป
ยิ่งในยุคปัจจุบัน แม้การรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะทำได้ง่ายกว่า แต่ประสบการณ์รับชมจากโรงภาพยนตร์จริงและด้วยระบบภาพและเสียงที่สมจริงได้มากกว่า ก็ยังเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าและดึงดูดผู้บริโภคได้


